
(กรรม กามา เกม หน้ากาก)
ตัวละคอน
1.สงสัย (กรรม)
กะเทยบ้านนอกไร้การ ศึกษา ซื่อจนเกือบเซ่อ ล่าเหยื่อตามสนามหลวง วังสราญรมย์ ริมคลองหลอด (แต่งกาย นุ่งผ้าถุง เสื้อคอกระเช้า หรือเปิ่นๆ)
2.บุญทุ่ม (กามา)
เมคอัพอาร์ตทิส เปรี้ยวทันสมัย ปากจัด จู้จี้ ขี้บ่น ขี้เหนียว ลูกค้าประจำของเหล่า “บาร์ออฟ”ทั้งหลายแหล่(แต่งกาย เปรี้ยวทันสมัย)
3.เสริมส่ง (เกม)
หัวหน้ากองบรรณาธิการหนุ่ม ของนิตยสารวัยรุ่นชื่อดัง นักปั้นดินให้เป็นดาว จุดมุ่งหมายหลักก็คือ “ปลุกปล้ำ”เหล่านายแบบ(แต่งกาย เป็นผู้ชายมีรสนิยมดี)
4.บันเทิง (หน้ากาก)
พระเอกละคอนโทรทัศน์ สุขุม มีมาดและชั้นเชิง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เขาเองก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ(แต่งกายค่อนข้างดีมีมาดดาราดัง)
5.นักแสดงรับเชิญ
ในองก์สุดท้าย(น้องโจ
/เจ /เจมส์/
แจ็ค)
หนุ่มวัยรุ่นลูกครึ่ง หน้าตาดี มีเสน่ห์
.....................................................................................................................................................................................................................................
องก์
1
ห้องพักของบุญทุ่ม
ในคอนโดหรู จัดฉากโดยมีโซฟายาวหนึ่งตัวพร้อมโต๊ะวางเครื่องดื่ม
ตัวละคอน
สงสัย
บุญทุ่ม
มะม่วงน้ำปลาหวาน
/เหล้าเรดและแบล็ค
/โซดา
/อุปกรณ์ผสมเหล้าทุกอย่าง
/กระเป๋าแต่งหน้าของบุญทุ่ม/โทรศัพท์
อาจประยุกต์เป็นแบบมือถือก็ได้
เริ่มแสดง
สงสัยนั่งอยู่ในฉากคนเดียว กำลังนั่งซอยหัวหอมทำมะม่วงน้ำปลาหวาน มือปาดน้ำตาไปพลางเหมือนร้องไห้ ฟังละคอนวิทยุไปด้วย
ดนตรีบรรเลงเพลงเศร้าๆเช่น
ธรณีกรรแสง
เน้นที่
สงสัย
กำลังนั่งอยู่ในฉากคนเดียวสักครู่หนึ่ง
บุญทุ่มเปิดประตูเข้ามาหรือเข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งของฉาก หิ้วกระเป๋าแต่งหน้ามาด้วย เพื่อจะได้เน้นว่าเป็นช่างแต่งหน้า เห็นสงสัยร้องไห้ ตกใจ
(ร้องถาม)
“ร้องไห้หาพระแสงอะไรยะ
นังสงสัย”
(ละจากงานในมือหันมองบุญทุ่ม
แสดงให้ผู้ชมเห็นว่ากำลังซอยหัวหอมอยู่)
“ เปล่านี่เจ้าคะ…ฟังละคอนคณะเกษทิพย์กำลังสนุกเชียว
นี่เจ้าค่ะ…มะม่วงน้ำปลาหวาน
ซอยหอมใส่แยะๆแบบที่คุณโปรดปรานไงเจ้าคะ
ไม่รักกันจริงไม่เตรียมไว้ให้หรอกนะคะคุณผู้ฉิงเจ้าขา…”
(ถอนใจอ่อนระอา)
“แกนี่ช่างทำให้ฉันน่ะเกิดความสงสัยอยู่ร่ำไปซะจริงจริ๊ง…บรรพบุรุษของแกก็เหลือเกิน
ชื่อมีตั้งเยอะแยะ
ดั้นมาตั้งชื่อให้นังสงสัย
(นั่งลงตรงโซฟา)นี่แกรู้มั้ยนังสงสัย
ฉันเห็นแกร้องไห้สะอึกสะอื้นทีไร
เป็นต้องผวาเสียทุกทีเลย…”
“ผวา…ผวาทำไมเจ้าคะคุณบุญทุ่ม”
(ด้วยความสงสัย)
“อ้าว…ทำไมจะไม่ผวายะแม่ตัวดี
หล่อนน่ะเหลียวมองดูรอบๆห้องสิ
เดี๋ยวนี้น่ะข้าวของเฟอร์นิเจอร์ชั้นร่อยหรอไปก็เพราะแก
ที่ชอบพาไอ้พวกเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายตีนมามั่วกัน
มิหนำซ้ำยังยกเค๊าชั้นไปก็ตั้งหลายหนแล้ว…นี่ๆขอซะทีเถอะนะนังสงสัย
แกอยากจะหลับนอนสมสู่กับไอ้พวกเด็กเปรตนั่นน่ะชั้นไม่เคยว่า
แต่กรุณาพามันไปเอากันที่อื่นได้มั้ย…ดูรึห้องทั้งห้องเหลือแค่โซฟาชุดนี้เพียงชุดเดียว…”(เหลียวมองไปรอบๆฉากให้เห็นว่าห้องโล่งกว่าปกติ)
“อุ๊ย…คุณขา…อย่างน้อยๆก็ยังเหลือหนูอยู่ทั้งตัว
เอ้ย
ทั้งคนนี่เจ้าคะคุณ”
“ย่ะ…แม่มหาจำเริญ…แม่สมบัติล้ำค่าประจำห้อง…รู้งี้ชั้นไม่พาแกมาอยู่ร่วมห้องด้วยหรอกย่ะ…แหม…ไอ้เรารึก็เวทนา
เห็นว่าแกน่ะเป็นกระเทยบ้านนอกไร้ญาติขาดมิตร
ใครจะคิดว่าแกน่ะจะชั้นต่ำถึงปานนี้ยะ
ผู้ชายตามส้วมหรือโคนมะขามหล่อนก็ไม่เว้น”
(ทำหน้าซื่อฟังคำเทศนา
แล้วพูด)
“เออ…ว่าแต่ว่าวันนี้ทำไมคุณกลับมาบ้านคนเดียวเจ้าคะทำไมไม่เห็นมีไอ้หนุ่มติดไม้ติดมือมาอย่างเคยล่ะ…”
“เบื่อว่ะ…”
(หยิบมะม่วงจิ้มน้ำปลาหวาน
แล้วกัดกิน)
“ต๊าย…นี่คุณบุญทุ่มของอีชั้น
รู้จักเบื่อรู้จักหน่ายเป็นด้วยรึเจ้าคะ
หนูน่ะสงสั้ยสงสัยจังเลย…ว่าหากคุณขาดผู้ชายไปสักคืนสองคืนจะลงแดงตายไหมหนอ…”
“มันเรื่องของชั้น…”
(หยิบมะม่วงปาใส่สงสัย)
“ว่าแต่แกเถอะระวังจะลงแดงตายเพราะไม่ได้ดมแล็คดมกาวกะไอ้พวกเด็กสนามหลวงมานาน
“โถ…คุณขา…คนอย่างหนูรึจะมีปัญญาไปหาไปออฟผู้ชายเริ่ดๆมานอนอย่างคุณ
รายได้ที่คุณให้รึก็แทบไม่พอซื้อยาคุมอยู่แล้วเนี่ย…จิกผู้ชายได้สักคนก็ยังไม่รู้ว่าจะหาสนามบินลงได้ที่ไหนเล้ย…ค่าโรงโลงโรงแรมรึก็ไม่ใช่ถูกๆ
ไหนจะค่าเบียร์
ค่าเหล้าเลี้ยงผู้ชายอีก”
“อ๋อ…ก็เลยเห็นคอนโดชั้นเป็นสนามบินไปงั้นสิยะนังสงสัย…ระวังเถอะสักวันมันจะมากวาดเครื่องบินไปหมดทั้งสนาม…”
“แหม…คุณก็…หนูทำผิดพลาดไปนิดหน่อยคุณก็บ่นไม่เลิกรา…”
(น้อยใจ)
“บ่นสิยะแม่คุณแม่ทูนหัว…หล่อนน่ะเอากะเด็ก
แกมันชั้นก็ไม่ได้ไปมันกะแกด้วยนี่
สมบัติพัสถานในห้องนี้ก็ล้วนแต่ของชั้น
กว่าจะสะสมได้แต่ละชิ้นละอันเลือดตาแทบกระเด็น
แล้วไอ้วีดีโอที่ฉายหนังโป๊ที่มันหายไปน่ะ
แกรู้มั้ย…กว่าจะได้มาชั้นงี้ต้องถ่อสังขารไปแต่งหน้าเจ้าสาวถึงแปดหน้า
แกรู้มั้ยยะ…
(ทำหน้าล่ะห้อย)
“หนูขอโทษเจ้าค่ะ…ความจริงหนูก็เสียดายอยู่เหมือนกัน
เลยอดดูหนังโป๊ไปด้วยเลยเนี่ย…
(ค้อนตากลับ)
“นี่ๆ…ไม่ต้องมาสารภาพบาปหรอกย่ะ…ไปหาน้ำหาท่ามากินสักแก้วซิ
พูดกับแกแล้วคอแห้งจัง…”
“น้ำน่ะมี…แต่มันไม่ค่อยเย็นนะคะ”
“ทำไมล่ะ”
“อ้าว…คุณลืมไปแล้วหรือว่าตู้เย็นมันก็หายไปพร้อมๆกับไอ้เครื่องวีดีโอที่คุณพูดถึงนั่นแหละเจ้าค่ะ…”
สงสัยพูดจบก็เดินเข้าฉากไป บุญทุ่มส่ายหัวเอือมระอา สักครู่หนึ่งกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น
(รับโทรศัพท์)
“ฮัลโหล…บุญทุ่มฮ่ะ…อ๋อ…เธอเองหรืองนังเสริม…นี่ๆหล่อนหายหน้าหายตาไปจากวงการเลยนะยะ
ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้โด่งดังเป็นบอกงบอกอหนังสือวัยรุ่น
ลืมเพื่อนลืมฝูงไปเลยนะเธอ…อะไรนะ…อ๋อ…จะให้ชั้นไปแต่งหน้าให้นางแบบนายแบบของเธอหรือ…ได้ซิยะ…สำหรับเพื่อนฝูงชั้นเต็มที่อยู่แล้ว…ชั้นน่ะเหรอ…ก็สบายดี…เรื่อยๆนั่นแหละเธอ…ใช่สิ…ยังจิกเด็กตามบาร์อยู่เหมือนเดิมนั่นแหละย่ะ….ก็ชั้นไม่ใช่หล่อนนี่ยะจะได้มีเด็กแล่นมาให้ปลุกปล้ำถึงที่…อะไรนะ…อ๋อ…จะแวะมาคุยกันเหรอ
ตอนนี้ฉันอยู่กะนางสังสัยแม่บ้าน…มาก็ดีเหมือนกันจะได้เม๊าท์กันให้หนุกๆ
เม๊าท์กับนางสงสัยมีแต่จะทำให้ชีวิตอันสูงส่งของชั้นน่ะตกต่ำลงทุกวัน…”
(เข้าเอาน้ำมาวางกระแทกใส่
ประชด )
“นี่เจ้าค่ะน้ำ…”
(มองสงสัย
ไม่สบอารมณ์แล้วพูดสายต่อ)
“โอเค…เดี๋ยวอีกสิบนาทีเจอกันนะยะ
(ยกน้ำขึ้นดื่ม
รู้สึกเย็นชืดไปหน่อย
นึกได้)
“อ้อ…เดี๋ยวนังเสริมอย่าเพิ่งวางหู
ไหนๆหล่อนก็จะแวะเข้ามา
ช่วยแวะร้านปากซอยซื้อน้ำแข็งหลอดมาสักสองสามถุงด้วยนะยะ…เออน่า…ไม่ต้องมาถามหรอก
ซื้อๆมาก็แล้วกัน…”
(วางหูไป)
(สอดขึ้น)
“ใครโทรมาหรือเจ้าคะ…เห็นเรียกเสริมๆ
เสริมศรี
หรือว่าเสริมสวยกันคะ”
“เพื่อนชั้นเอง…สมัยเรียนมัธยมน่ะ…”
“ศึกษานารี
หรือว่าสตรีวัดระฆังกันเจ้าคะคุณ”
“เขาชื่อคุณเสริมส่งย่ะ…เป็นบอกอนิตยสารวัยรุ่นชื่อดังแห่งยุคนี้
ปลุกปั้นเด็กหนุ่มๆหล่อๆเริ่ดๆมาก็มากมาย
นี่แกไม่รู้จักเหรอไอ้นิตยสาร…อะไรน้า…เออ…นิตยสารกูแอนด์ยูไงเล่า…”
(ตีหน้าเซ่อ
ส่ายหัว)
“ไม่ล่ะเจ้าค่ะ…หนังสืออาหยังข้อยบ่เกยฮู้เกยหันมาก่อนเล้ย…ข้าเจ้าน่ะอ่านแต่ดาราภาพยนตร์กะขายหัวเราะเจ้า…ว่าแต่ใครมั่งล่ะเจ้าคะที่คุณเสริมส่งแก่ส่งเสริมจนดังระเบิดเถิดเทิงไปน่ะ…”
“ก็หลายหน่ออยู่นา…เท่าที่จำได้ก็มี…”
(หยุดใช้ความคิด)
“อ้อ…เจ้าแต๋วหัวโปกไงยะ
รายนี้น่ะนังเสริมประคบประหงมกันมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม
ขนรักแร้ยังไม่ขึ้นเล้ย
จนเดี๋ยวนี้น่ะขนอะไรต่อมิอะไร
แย่งกันขึ้นยุบยับยั้วเยี้ยไปทั้งตัวแล้ว….
“เหรอเจ้าคะ…”
(อ้าปากหวอ
ฟังสนใจ)
“แหม…คุณเสริมส่งแกให้ปุ๋ยเร่งสูตรอะไรมิทราบเจ้าคะ
15.15.15
หรือ 69.96.69
เจ้าคะ…”
“อีบ้าเอ้ย…คนนะยะหล่อน
ไม่ใช่ต้นไม้ต้นหญ้า
ชั้นคุยกะแกแล้วไอคิวต่ำลงทุกวัน
ไป…ไปจัดหาเหล้าหาแก้วหาโซดามาให้พร้อม
เดี๋ยวเพื่อนฉันจะมาแล้ว…”
“เออ…คุณเจ้าขา…”
“อะไรอีกเล่า…เอ้นังคนนี้มันเจ้าปัญหาจริงจริ๊ง…”
“คือว่าตอนนี้เหล้าหงษ์ทองของคุณมันเหลืออยู่แค่เนี้ย…”
(ใช้นิ้วกะปริมาณว่าน้อยมาก)
“หนูว่าเอาเหล้าตราแมวดำของหนูมาร่วมวงด้วยจะดีกว่ามั้ย…มันยังเหลือตั้งแยะแน่ะ…”
“โอ๊ย…ไม่ทั้งสองขวดนั่นแหละย่ะ…”
(โบกมือห้าม)
“นังเพื่อนชั้นคนนี้มันยิ่งหัวสูงอยู่ด้วย
ขืนมันรู้ว่าชั้นน่ะแดก
เอ้ย…ดื่มเหล้าชั้นต่ำที่แกว่า
มีหวังมันเอาไปเม๊าท์กันทั้งวงสังคมแน่ๆ…
“ถ้างั้น…เอาเหล้าฝาหรั่งยี่ห้อจอนนี่
หวอกเกอร์
ที่คุณเก็บไว้ในตู้โชว์นั่นมาจะดีกว่าไหมคะ
เห็นคุณเก็บไว้ตั้งแต่งานปีใหม่เมื่อสามปีก่อน
หนูกลังว่ามันจะบูดน่ะ…”
(หยุดคิดตัดสินใจนิดหนึ่ง ทำท่าเสียดายเสียหนักหนา แล้วพูด) “เออ…เออ…งั้นก็ได้ แต่แก่หยิบไอ้ขวดตราสีแดงมาก่อนนะ ส่วนไอ้ขวดสีดำน่ะเก็บไว้ก่อน มันเสียดายน่ะ…”
............................................................................................................................................................................
ห้องพักของบุญทุ่ม
ในคอนโดหรู (ที่เดิมจากองก์1)
สงสัย
บุญทุ่ม
เสริมส่ง
บันเทิง
อุปกรณ์การแสดง
น้ำแข็งหลอดใส่ถุง
และทุกอย่างจากองก์๑
บุญทุ่มออกมาเปิดประตู
หรือเดินมารับเสริมส่ง
และบันเทิงที่มุมหนึ่งมุมใดของฉาก
“มาแล้วหรือจ๊ะเธอ…”
(แปลกใจที่เห็นบันเทิงมาด้วย
ไม่เคยรู้จัก)
“นี่…คุณบันเทิง…แล้วนี่ก็คุณบุญทุ่มเพื่อนผม
เขาเป็นเมคอัพอาร์ติสมือหนึ่งเชียวนะรู้จักกันไว้สิ…”
(ยื่นถุงน้ำแข็งให้บุญทุ่ม)
“เอ้า…แล้วนี่น้ำแข็งที่เธอสั่งให้ชั้นซื้อมาให้…”
“ขอบใจ…”
(รับน้ำแข็ง
แล้วส่งให้สงสัยนำใส่ภาชนะ)
เสริมส่ง
(แนะนำบันเทิงเพิ่มเติม)
“คือคุณบันเทิงเนี่ย…เขาเป็นนักแสดง
ตอนนี้ก็เล่นละคอนทีวีอยู่หลายช่อง
และก็กำลังจะออกเทปกับค่ายเอสแอนด์พีด้วย”
ทั้งสามคนเข้ามานั่งลงตรงโซฟา ยกเว้นสงสัย เข้ามาตอนเอาเหล้าและอุปกรณ์ออกมาเสริฟ
(เข้ามาพอดี
สนใจบันเทิง
บ้าดารา)
“วุ้ย…หนูว่าแล้วเชียว
หน้าตาหล่อๆแบบเนี้ยเห็นแล้วคุ้นจังเลย…(พูดไปจัดการรินเหล้าแจกทุกคน)
“คุณเคยเล่นละคอนเรื่องลูกทุ่งบันลือโลกใช่ไหมคะ…ที่คู่กะกบสุวนันท์น่ะ…ใช่มั้ยคะ…ใช่มั้ยเจ้าคะคุณ…”
(วางมาดนิ่งไม่พูดจา
แต่พยักหน้ารับที่สงสัยถาม)
“นั่นแน่…หนูว่าแล้วเชียว
ว่าต้องใช่
แต่เอ…ใช่แน่นะเจ้าคะ”
(เอียงคอมองหน้าบันเทิง)
(สวนทันควันด้วยความหมั่นไส้)“เอ้…อีนังคนนี้…เค้าก็บอกว่าใช่แล้ว
ยังเซ้าซี้ไม่เลิกลา…แล้วไหนเหล้าชั้นกับคุณเสริมเขาล่ะยะ
มัวแต่เม๊าท์อยู่นั่นแหละ…”
(พูดกับบันเทิง)
“เออ…แล้วไอ้ค่ายเอสแอนด์พีเนี่ย…มันค่ายเดียวกับที่ทำขนมปังขนมเค็กรึเปล่าเจ้าคะคุณบันเทิง…”
(อุทานเสียงแหลม)
“ต๊าย…นังสงสัย…ชั้นว่าแกไปเปลี่ยนชื่อซะดีไหม
เผื่อไอคิวของแกจะสูงขึ้นกว่านี้…”
(เปลี่ยนเสียงเป็นสุภาพเมื่อหันมาพูดกับบันเทิง)
“คุณจะดื่มอะไรดีฮะคุณบันเทิง…”
“ปรกติผมดื่มแต่แบล็คโซดาครับ…”
(ทำเสียงมีมาดพระเอก)
“นังสงสัย…นี่แกไปจัดการเปลี่ยนเหล้ามาใหม่เดี๋ยวนี้
เอาไอ้ขวดตราสีดำมาก็แล้วกัน”
(หยิบขวดเหล้าเก่าส่งให้สงสัย)
“อ้าว…ทีเมื่อกี้คุณบุญทุ่มบอกหนูว่ามันสิ้นเปลืองและเสียดายให้เอาขวดนี้มาก่อนไงเจ้าคะ
(พูดดังมากจนบุญทุ่มรู้สึกอาย)
“เถอะน่า…ฉันเปลี่ยนใจแล้ว
แหม…ดาราดังมาเยี่ยมบ้านทั้งที
แม่บุญทุ่มก็ต้องงัดเอาของดีๆออกมาเลี้ยงดูซิยะหล่อน…
(เดินถือขวดเหล้าออกไป
แล้วบ่น…)
“เรื่องมากชิบ…เหล้ายี่ห้อไหนๆมันก็แดกแล้วเมาเหมือนกันแหละวะ…”
สงสัยเข้าไปเปลี่ยนเหล้าจากเรดเป็นแบล็ค แล้วออกมานั่งชงเหล้าแจกจ่าย
(เริ่มพูดกับเสริมส่ง)
“นี่นังเสริม…ไอ้หนังสือวัยรุ่นที่หล่อนเป็นบอกงบอกออยู่น่ะ
ไม่เห็นเอามาให้ชั้นอ่านมั่งเลยได้ข่าวมีด่งมีเด็กหน้าตาใสๆปากแดงๆขึ้นปกเป็นว่าเล่นใช่ไหมยะหล่อน…”
(สอดแทรกขึ้น)
“อยากอ่านทำไมไม่ไปซื้ออ่านเอาเองล่ะเจ้าคะ…คุณผู้ฉิงเจ้าขา…ของเขามีไว้ขายนะเจ้าคะ
ไม่ได้มีไว้แจกจ่าย”
(โกรธจัด
ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ด่าขมุบขมิบ
แต่ไม่พูดอะไร
มองหน้าสงสัยด้วยความโมโห)
(เห็นสถานการไม่ค่อยดี
จึงแสร้งกลบเกลื่อนด้วยอารมณ์ขัน)
“ก็จริงของมันนะจ๊ะ…หล่อนอย่าไปใส่ใจกะมันเลย…”
(สะกดอารมณ์ไว้แล้วหันมาสนทนากับเสริมส่งต่อ)
“นี่…ว่างๆเอาชั้นไปลงสัมพ้งสัมภาษณ์มั่งสิยะหล่อน…เธอน่ะดังคนเดียวไม่ห่วงเพื่อนห่วงฝูงเลยนะเธอ…”
(เสือกอีก)
“อะไรกันเจ้าคะ…คุณบุญทุ่ม
คุณเสริมน่ะเขาทำหนังสือวัยรุ่นนะเจ้าคะ
ไม่ใช่หนังสือสำหรับวัยอาวุโสสะว่านอย่างคุณ…”
(เดือดจัด
ทนไม่ไหวลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวก๋า)
“เอ๊ะ…อีนี่…หนังสือสมัยนี้น่ะไม่ต้องซื้อมาอ่านให้เหมาะกับวัยหรอกย่ะ…ซื้อมาปุ๊บก็ดูแค่นายแบบหน้าปกว่าหล่อเริ่มแค่ไหน
เนื้อหาด้านในเขาไม่สนกันแล้ว…รู้ซะมั่งซี…”
(เหน็บแนม)
“ฮึ…ดูแล้วก็แอบต๊องตัวเองไปน่ะสิ…”
(เชิดหน้าเย่อหยิ่ง)
“เชอะ…คนอย่างชั้น
แม่บุญทุ่มคนนี้น่ะเรอะจะแอบตกเบ็ดคนเดียวให้เมื่อยมือยะ…เด็กบาร์เด็กเทคตั้งพะเรอเตรียมเข้าคิวมาซบอกชั้นไม่เว้นแต่ละวัน…แกน่ะสำส่อนอยู่ตามคลองหลอด
โคนมะขามรึจะไปรู้อาไร้…”(จิ้มหน้าผากสงสัยอย่างดูถูก)
“พวกเด็กหนุ่มๆ
พากันเข้าคิวมารับเงินล่ะก็ไม่ว่า…หนูล่ะไม่ขอเอาด้วยหรอกกับการที่ต้องไปออฟผู้ชายมานอนด้วย
เสียความรู้สึกจะตายไป
จะเอากันทั้งทีน่าจะมีความโรแมนติกกันบ้าง”
(เชิดใส่บุญทุ่ม
แล้วหันมาพูดกับอีกสองคน)
“จริงมั้ยเจ้าคะ…คุณเสริมส่ง
คุณบันเทิงเจ้าขา…”
(โกรธจนตัวสั่น…)
“ต๊าย…นังกะเทยโสโครก
นี่หล่อนน่ะยังมีความโรแมนติกโรแมนแตดอยู่รึยะ…นังสงสัย…”
“อุ้ย…อย่างน้อยๆเด็กตามคลองหลอดหรือโคนมะขามน่ะ
ไม่ว่ามันจะดมกาวดมแล็คมันก็มากับเราด้วยความสิเนหาอยู่หรอกน่า…”
(ลอยหน้าท้าทาย)
“เสน่หาในทรัพย์สมบัติของชั้นล่ะก็ไม่ว่า…คงไม่ใช่เพราะในความงามของหล่อนหรอกย่ะแม่คุณ…”
(หันเข้าหาอีกสองคน
หาพวก)
“คุณทั้งสองเจ้าขา…ตอบให้สงสัยเข้าใจหน่อยเถอะค่ะ
ว่าคนเราหากไม่มีจิตเสน่หาต่อกันแล้วไซร้
ไฉนหนอไอ้นั่นของมันจะแข็งแกร่งประจัญบานได้อย่างไรกัน…”
(ร้อนตัว)
“นี่…แกรู้ได้ไงนังสงสัย…ว่าเด็กที่ชั้นพามานอนน่ะ
ของมันไม่ขึ้น…”
“วุ้ย…ทำเป็นร้อนตัว…ก็ทำไมจะไม่รู้เล่าคะ
หนูน่ะนอนอยู่ตรงโซฟานี่ทุกคืน
เหตการณ์อะไรที่เกิดขึ้นกะคุณมันก็อยู่ในสายตาของแม่บ้านสาวอย่างหนูตลอดเวลาอยู่แล้ว
เห็นมั้ย…ความลับน่ะไม่มีในโลกหรอก…”
(หันมาพูดกับเสริมส่ง
และบันเทิงที่กำลังสนใจฟังคำโต้เถียง)
“ฟังนะเจ้าคะคุณทั้งสอง…อย่างไอ้เด็กคนเมื่อวานที่คุณบุญทุ่มพามาน่ะ
แหม…คุยว่าหล่อล่ำบึ๊กอย่างโง้นอย่างงี้ตอนมันโหนอยู่บนเสาแสตนเลส
หนูน่ะเห็นเต็มสองลูกกะตาว่าคุณบุญทุ่มน่ะปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งอยู่ตั้งนานสองนาน
โถ…กว่าดอกจำปีของมันจะกลายเป็นดอกข้าวโพดน่ะ…”
(หันไปทางบุญทุ่มอีก)
“จำไม่ได้หรือเจ้าคะที่ตอนเช้าวันนั้นน่ะ
คุณยังมาบ่นกะหนูว่าเมื่อยปากเมื่อยแก้มฉิบหายกว่าน้ำมันจะแตกน่ะ…สู้ไอ้แท่งเด็กขายพวงมาลัยสี่แยกคนที่หนูพามาวันนั้นก็ไม่ได้…”
(ทำท่าวาบหวามในอารมณ์)
“อูย…สะบึมบะลึมฮึม
บะเร่อบะร่า
เงินทองรึก็ไม่ต้องเสียแม้แต่บาทเดียว…”
(ยืนฟังอยู่นาน
โกรธจัด)
“อ๋อ…เสียแค่ทีวีสีไปเพียงเครื่องเดียวใช่มะนังตัวดี…นั่นน่ะหรือความสุข
ความเสน่หาของแก…นังสงสัย…”
(โบกมือห้ามด้วยความรำคาญ)
“เอาล่ะๆ…หยุดเถียงกันได้แล้วแม่คุณทั้งสอง…”
(หันไปต่อว่าบุญทุ่ม)
“ไหนเธอบอกว่าอยากเม๊าท์กะชันไงล่ะยะ…แต่นี่เห็นเธอเผากันอยู่แค่สองนาง
เห็นพูดอยู่แหม่บๆว่าเม๊าท์กะนางสงสัยแล้วชีวิตอันสูงส่งของเธอจะตกต่ำไง
อาไร้…ที่แท้ก็ต่ำพอๆกันนั่นแหละวะ…ความจริงชั้นว่าเธอเองก็น่าจะเลิกซะทีกับการเป็นแม่บุญทุ่มอุปถัมภ์เด็กหนุ่มๆน่ะ…”
“แล้วหล่อนจะให้ชั้นทำประการใดดีเล่ายะ
พ่อบอกอเสริมส่งจ๋า…เปลี่ยนไปเดินแด๊ะๆหาผู้ชายตามสวนลุมหรือวังสราญรมย์อย่างนังสงสัยน่ะรึ…”
“ก็ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกจ้า…ชั้นหมายความว่าเธอน่ะควรจะหาวิธีจิกผู้ชายโดยไม่เสียเงินเสียทองซะบ้าง…”
“อู๊ย…พ่อบอกอคนเก่งเจ้าขา…อีชั้นน่ะไม่ใช่สาวสวยรวยเสน่ห์เหมือนนังสงสัย
หรืออีกทีก็ไม่ใช่บอกอคนดังอย่างเธอซะด้วย…จะได้หลอกล่อเด็กหนุ่มๆมาถ่ายปกแล้วต่อด้วยพาไปนอนกกนอนเกย
ความจริงชั้นก็มี่ความสุขตามอัตภาพอยู่แล้วนี่
ไม่ได้เบียดเบียนใครสักหน่อย
เด็มันก็เต็มใจมากะเรา
เสร็จๆแล้วก็แล้วกันไป
น้ำแตกแล้วก็ถีบหัวส่งไป
ไม่ต้องมาก่ายกอดให้เสียเวลา เผลอๆการหาเด็กอย่างระบบเธอซะอีกจะเสียเงินมากกว่าชั้น…ปลุกปั้นเด็กให้ได้ดี
พอมันดังเข้าหน่อยพ่อก็ทำเล่นตัว
อยากได้โน่นอยากได้นี่
เธอก็ต้องหามาประเคนให้มัน
เสียยุบเสียยับ
เสียจนนับไม่ถ้วยล่ะก็ไม่ว่า
พ่อนักปั้นดาวคนดังเอ๋ย…”
(ชักโกรธเคืองขึ้นมา)
“นี่เธอรู้ได้ไงยะ…ว่าชั้นไปปรนเปรอเด็กขนาดนั้น…ความจริงชั้นแค่สนับสนุนเด็กให้มันได้ดิบได้ดี
มีหน้าตาในสังคม
ก็เท่านั้นเอง…”
“โอ๊ย…อยากทำบุญทำไมไม่ไปทำที่วัดล่ะยะ…ทำบุญกับเด็กหนุ่มๆน่ะ
ทำบุญหวังได้บาปรึเปล่าจ๊ะ…ชั้นก็เห็นแก้ตัวกันอย่างงี้ทุกราย
ฮี่โธ่…สนับสนุนเด็กด้วยความเต็มใจไม่หวังผลตอบแทน
เชอะ…สาบานกะใครก็สาบานไปเถอะ
แต่อย่ามาสาบานกะแม่บุญทุ่มคนนี้
ชั้นไม่เชื่ออย่างเด็ดๆ
ว่าเธอน่ะไม่คิดอะไรกับพวกเด็กหนุ่มๆนั่น…”
“นี่เธอจะเชื่อหรือไม่
นั่นมันก็เรื่องของเธอ
แต่ชั้นขอยืนยันว่าชั้นน่ะไม่เค้ยจะต้องเสียเงินเสียทองกะอีเรื่องพรรค์อย่างว่า
และก็อีกอย่างหนึ่งชั้นก็เห็นด้วยกะนางสงสัยมันนะ
ที่มันว่าเซ็กซ์น่ะมันน่าจะมากับความโรแมนติกกันบ้าง
ไม่ใช่คว้าได้คว้าเอา
เอาเงินฟาดหัวแล้วลากเข้าถ้ำเหมือนมนุษย์หิน…”
“ว้าย…อภิโถ…อภิถัง…พ่อนักปลุกปล้ำ
เอ้ย
ปลุกปั้นคนดังแห่งนิตยสารยูแอนด์ยูเจ้าขา..อีชั้นน่ะเพิ่งตระหนักอยู่เดี๋ยวนี้เองว่าคุณก็มีความโรแมนติกในหัวใจเหมือนนังสงสัยเข้าให้อีกคน
ใช่สิ…โรแมนติกเสียเหลือเกิน
เธอจำไม่ได้หรือยะ
ว่าเธอน่ะร้องไห้ขี้มูกโป่งมากี่ครั้งกี่คราแล้ว
กับไอ้เรื่องรักช้ำทรวงจากบรรดาเด็กหนุ่มๆหน้าปกของเธอน่ะ
กี่รายต่อกี่รายมาแล้วล่ะ
มีรายไหนมันมอบความโรแมนติกกลับมาสนองพระคุณให้เธอบ้าง”
(นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ)
“ก็พอมีบ้างหรอกจ๊ะ…เด็กที่มันดีๆน่ะ…ก็คงไม่ทุกคนหรอกน่าที่มันจะเนรคุณเรา…”
“นั่นแน่…เห็นไหม…ในที่สุดเธอก็ยอมรับแล้วสินะว่าเด็กส่วนใหญ่น่ะมันก็เนรคุณทั้งเพ
อีโธ่เอ้ย…ไอ้เด็กพวกนั้นมันก็เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องบินลำเก่าๆลำหนึ่งที่มันจะขี่ทะยานไปในท้องฟ้ากว้าง
พอมันเจอลำใหม่ที่ไฉไลกว่า
มันก็จะสลัดลำเก่าๆทิ้งซะ…”
“หนูว่าเรามาหาเรื่องหนุกๆกว่านี้คุยกันไม่ดีหรือเจ้าคะ…พูดเรื่องผู้ชงผู้ชายกันทีไรถกเถียงกันไม่เลิกซะที
หนูว่าเกิดเป็นกะเทยแต๋วอย่างหนู
เป็นครึ่งๆกลางอย่างคุณบุญทุ่ม
หรือเป็นแบบแอบแฝงอย่างคุณเสริม
ก็ล้วนต่างคนต่างคิดว่าวิธีหาผู้ชายของตัวเองน่ะดีที่สุด
แต่หนูฟังคุณๆเถียงกันไปมาก็เลยคิดว่า
มันก็ลำบากพอๆกันนั่นแหละ…”
“วุ้ย…ทำเป็นหูตาสว่างขึ้นมาล่ะนังกะเทยคลองเตย…เออนี่…นังสงสัย
แล้วแกไม่สงสัยหรอกรึว่าคนแบบคุณบันเทิงเนี่ยเขาคิดทำอย่างเราบ้างรึเปล่า
ดูสิ..มัวแต่กัดกันจนลืมไปเสียสนิทว่ามีดาราคนสำคัญในห้องนี้ด้วย…”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ
คุยกันต่อไปเถอะ
ผมชอบฟังสนุกดีครับ…”
“จริงเจ้าค่ะ…คุณบุญทุ่ม
คุณเสริมส่งขา…หนูเนี่ย
สงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วแต่ไม่กล้าถามว่าคุณบันเทิงพระเอกรูปหล่อเนี่ยเขาจะเป็นอย่างพวกเรา…คือ…หนูหมายความว่าคุณบันเทิงเนี่ยแกชอบผู้ชายหรือว่าชอบผู้หญิงเจ้าคะ…”
(มองบันเทิงด้วยแววตาเจ้าชู้
ทำตาปริบๆ)
“หรือว่าชอบกะเทยแบบหนู
แหม…ถ้าชอบกะเทยก็ดีสิเจ้าคะ
รูปร่างหน้าตาแบบเนี้ย
สะเป็คหนูเด๊ะเลย…(คลึงเคล้าเนื้อตัวบันเทิง
ทำท่าเอียงอายม้วนต้วน)
(ตบไหล่สงสัยด้วยความหมั่นไส้)
“อีนี่ละก็ใกล้ผู้ชายเป็นไม่ได้…เป็นเลื้อยเข้าใส่ทุกที”
(กับบันเทิง)
“หนูเคยแต่อ่านตามหนังสือดารา…พวกดาราพวกนักแสดงเนี่ย
เวลามีข่าวก็มักจะตกเป็นข่าวว่าเป็นแฟนกับนางเอกคนนั้น
มั่วกับดาราสาวคนนี้
จนดูเหมือนว่าวงการดารงดาราเนี่ย
ไม่มีแต๋วไม่มีตุ๊ดกันเสียเลยอย่างงั้นแหละ…”
“ตรงข้ามกับที่เธอคิดเลยนะสงสัย…ในวงการที่ผมอยู่เนี่ยนะมีคนแบบเราๆมากมายแทบจะเดินชนกันตาย
แต่เพราะความมีหน้ามีตามีชื่อเสียง
เป็นคนของประชาชน
คนพวกนี้จึงต้องสงบจิตสงบใจไม่แสดงออกถึงความต้องการอันแท้จริง
อันที่จริง…ไม่ใช่แต่เฉพาะนักแสดงอย่างฉันหรอกนะ…ในวงการอื่นๆเช่นครูบาอาจารย์
นักการเมือง
หรือแม้แต่พวกข้าราชการระดับสูงๆก็ต้องทำตัวเรียบๆอย่างฉันเหมือนกัน…จะไปเที่ยวทำตัวเละเทะสำส่อนเปิดเผยอย่างพวกเธอน่ะคงไม่สะดวกนัก…”
(ฟังอย่างตั้งใจ…พอจบประโยคสุดท้าย
ก็แสดงอาการสะดุ้งสะเทือน)
“เอ๊ะ…แล้วอย่างงี้พวกคุณ
ไม่เก็บกดล้มประดาตายกันไปหมดรึเจ้าคะ
คุณบันเทิงขา”
“นั่นน่ะสิ…เป็นดาราชื่อดังแถมรูปหล่อออกปานนี้
จะไปเที่ยววิ่งจับผู้ชายตามสวนลุมอย่างนังสงสัยก็กระไรอยู่นา…”
(สวนทันควัน)
“อุ๊ย…จะไปเที่ยวออฟเด็กตามบาร์ตามซ่องมานอนอย่างคนบางคน
ก็ทุเรศอยู่ดีนั่นแหละ…เอาเป็นว่าคุณมีวิธีแอ๊วผู้ชายอย่างไรกันเจ้าคะคุณบันเทิง
ถึงจะดูไม่น่าเกลียดน่ะ…”
(ถอนใจยาว
ยกเหล้าขึ้นจิบก่อนพูด)
“คืออย่างงี้ครับ…พวกผมมักจะมีแหล่งบันเทิงมีระดับโดยเฉพาะ
จะจีบจะหิ้วหรือเวิร์คกันก็จะดูไม่น่าเกลียดหรอก
ถ้ามีโอกาสพวกคุณน่าจะลองไปดูนะ…”
“ดีเจ้าค่ะ…ดีเจ้าค่ะ…หนูก็อยากไปหาแหล่งใหม่ๆอยู่พอดี
เบื่อสวนลุม
วังสราญรมย์
คลองหลอด
ต้นมะขาม
จะแย่อยู่แล้ว
อยากหาที่ที่มันไฮโซจับผู้ชายกะเขาบ้าง
เบื่อคนดูถูกจะแย่อยู่แล้วเนี่ย…”
(ชำเลืองไปทางบุญทุ่ม)
“เออ…คุณบันเทิงขา…แล้วไอ้ที่ที่คุณว่านั่นมันมีผู้ชายแยะมั้ยคะ…แหม…ถ้ามีแยะจริงล่ะก็…ชั้นแม่บุญทุ่มคนนี้…จะไปซื้อมานอนให้เรียบเชียว…”
“แม่คนนี้ก็…เห็นผู้ชายเป็นสินค้าไปเสียหมด
อาไร้…จะซื้อท่าเดียว
หัดใช้เสน่ห์ผูกมัดใจชายซะมั่งซีเธอจ๋า…ที่นั่นน่ะเขาไม่มีหาบเร่แผงลอยให้เธออุดหนุนเหมือนข้างโรบินสันหรอกนะแม่คุณ…”
“จ้า…เสน่ห์ผูกมัดใจชาย…แล้วตอนเนี้ยเธอผูดมัดใจเด็กไว้ในอ้อมอกสักกี่คนแล้วจ๊ะพ่อบอกอเสน่ห์แรง…ชั้นเห็นผ่านมาแล้วก็ผ่านไป…พอมันดังก็ลืมหลังควายอย่างเธอกันหมด”
“นี่ๆ…คุณเจ้าขา…อย่างมัวแต่กัดกันเอ้ย…ทะเลาะกันอยู่เลย
หนูน่ะประสาทจะแดกอยู่แล้ว…อยากจะฟังคุณบันเทิงเขาเล่า…ไม่อยากได้ยินเสียงปี่เสียงกลองเสียงฉิ่งเสียงฉาบของคุณๆ…”
“นี่…ชั้นเล่าให้ฟังแทนก็ได้
ที่ที่คุณบันเทิงเขาบอกน่ะชั้นรู้จักดี…”
“เธอเคยไปมาเรอะ…ถึงได้ออกตัวน่ะ”
“โอ๊ย…ทำไมจะไม่รู้จัก…แต่ไม่นิยมไปหรอก
ฮึ…คนอย่างบอกอเสริมส่งไม่จำเป็นต้องไปเปลืองกายเปลืองใจกับสถานที่อย่างงั้นหรอก
มีอย่างที่ไหน
สถานที่อะไร้ก็ไม่รู้
มีแต่ผู้ชายนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินอ่อนเหยื่อไปมาน่าอุดจาดตาจะตายไป…”
“อุ๊ย…ว้าย…จริงหรือเจ้าคะ
อย่างงี้ก็เห็นหมดล่ะสิท่า
ว่าใครสูงขาวยาวใหญ่ขนาดไหน”
“ต๊าย…ตาย…ถ้าเช่นนั้นก็คัดเอาแต่สินค้าคุณภาพได้น่ะสิ
ไม่ต้องกลับมาผิดหวังที่บ้าน”
“ทุเรศที่สุด…นี่พวกเธอเห็นดีเห็นงามกับสถานอ่อยเหยื่อแบบนั้นกันหมดเลยหรือ”(ทำท่าทางรังเกียจ)
“ชั้นไม่เอาด้วยหรอกคนมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอย่างชั้นจะไปทำไม…อ้อชั้นลืมบอกพวกเธอไปนะ…ว่าชั้นน่ะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว
เป็นนายแบบรูปหล่อลูกครึ่งฝรั่งเศสด้วยนะจ๊ะ…เขาน่ะรักฉัน…แล้วฉันก็รักเขา…เรารักกันปานจะแหกตูดดมแล้วเรื่องไรชั้นจะต้องไปทำสำส่อนที่นั่นด้วย…”
(ทำท่าขยะแขยง)
(กระซิบข้างหูเสริมส่ง)
“ฉันจะบอกอะไรให้…ฉันเคยเห็นผัวนายแบบลูกครึ่งของเธอที่นั่นด้วย
บ่อยมาก…”
(ตีโพยตีพาย)
“ไม่จริง…เขาไม่ทำอย่างงั้นหรอกเธอ…เธอต้องเม้าท์ชั้นแน่ๆ
น้องแจ็คคนดีของชั้น
เขาไม่ใช่ผู้ชายสำส่อนอย่างงั้นแน่…”
“เม้าท์หรือไม่เม้าท์
เธอก็ต้องไปพิสูจน์เอาเอง…เห็นไหม
ผัวเธอเป็นายแบบเป็นคนมีชื่อเสียงจะให้เขาไปสำส่อนตามสนามหลวงได้อย่างไรกัน…”
“แต่เขาบอกว่าเขารักฉันคนเดียวนี่นะ…”
“รักเธอคนเดียว…แต่อาจจะมั่วกับอีกหลายคนก็ได้นี่นา…รักก็ส่วนรัก…อยากก็ส่วนอยากสิจ๊ะเธอ…สำหรับฉันไม่เชื่อหรอกว่าสังคมแบบนี้มันจะมีรักแท้
สู้เอาเงินซื้อเอายังดีกว่า
จะหาหล่อเริ่ดสักเพียงไหน
ก็ถูกใจตามประสงค์…”
“คุณบันเทิงเจ้าขา…สถานที่ที่ว่านั่นเขาเรียกว่าอะไรซาวๆนะคะ
ซาวน้ำ
หรืออะไรซาวๆนี่แหละ…ใช่ไหมเจ้าคะ…หนูเคยอ่านเจอในหนังสือมาลีน่ะ…”
(หัวเราะเบาๆก่อนพูด)
“เขาเรียกว่าซาวน่าครับ…แล้วหนังสือที่เธอว่าน่ะเขาเรียกหนังสือเมลไม่ใช่มาลี…ที่นั่นน่ะเขาจะมีห้องหลายห้อง
มีห้องออกกำลังกาย
ห้องอาบน้ำ
อ่างน้ำวน
และห้องอบไอน้ำ
ที่สำคัญน่ะเห็นจะเป็นห้องมืดสำหรับอ่อยเหยื่อและไม่ต้องการเห็นหน้ากันให้ตะขิดตะขวงใจกัน…”
“นั่นแหละที่น่าขยะแขยงที่สุด…อาไรกันจะเอากันทั้งทีก็ไม่เห็นหน้าค่าตากัน
ลูบตูดไม่มีหางก็สมสู่กันได้…ทุเรศที่สุด…”
“แต่หนูว่าน่าสนุกออก…เอามือควานไปทางไหนคงจะมีแต่ผู้ชายระบมไปหมด”
“อย่างหล่อนน่ะ
เห็นทีต้องไปหั่นผมแล้วตัดนมทิ้งซะก่อน…ให้สังขารดูเป็นผู้ชาย
คนที่นั่นน่ะเขาไม่ต้อนรับกะเทยนุ่งโสร่งอย่างหล่อนหรอกย่ะ…”
“คุณเองก็เหมือนกันแหละน่า…มาว่าแต่หนู…”
“อะไรกันยะ…ชั้นน่ะแค่แก้ผ้าออก
นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวก็ดูเป็นแมนแล้ว
นี่แหละหนาข้อดีของกะเทยหัวโปกอย่างชั้น…”
(กับบันเทิง)
“เออ…ว่าแต่ว่า
หากจะไปใช้บริการที่นั่นชั้นต้องเตรียมงบประมาณสักเท่าไรจึงจะพอ….”
“สักสองสามร้อยก็น่าจะพอแล้วครับ…”
(ตื่นเต้น)
“โห…ตั้งสามร้อย…ค่าโรงแรมจิ้งหรีดตั้งสี่ห้ามื้อเลยนะเนี่ย…”
“ว้าว…ทำไมมันถูกอย่างนั้น…”
“ปรกติเคยเสียเป็นพันเป็นหมื่นใช่มั้ยล่ะจ๊ะแม่บุญทุ่ม…ไหนจะค่าออฟเอย
ไหนจะค่าโรงแรมเอย
ไหนจะค่าเหล้าค่าเบียร์เอย
แล้วยังจะค่าตัวเด็กอีก…โอ๊ย…จิปาถะจะเสียแต่เงิน”
“ไม่เหมือนเธอนี่ยะ…เสียแค่รถยนตร์กับโทรศัพท์มือถือไปกับไอ้จิมนายแบบหน้าปกคนก่อนน่ะ…”
“ไม่เอาล่ะชั้นไม่อยากจะต่อปากต่อคำกะเธอแล้ว…”
(หันไปพูดกับบันเทิง)
“นี่…คุณบันเทิง
ว่างๆช่วยพาผมไปสักทีซิ…ต้องไปพิสูจน์เสียหน่อยว่าเรื่องที่คุณเม้าท์มันจริงเท็จแค่ไหน…”
(ร้องเป็นทำนองเพลงลูกทุ่ง)
“ถ้าพี่ไปดู…ให้หนูไปด้วย…ถ้าพี่ไปดู…ต้องให้หนูไปด้วย…พรุ่งนี้หนูกร้อนผมเป็นผู้ชายเลย
ไม่เป็นมันแล้วกะทงกะเทย…”
“ถ้าพวกคุณจะไปกันจริงๆล่ะก็…เห็นทีต้องปรับปรุงตัวกันเสียก่อน…”
“จะต้องปรับปรุงอะไรกันมากมายเจ้าคะ…”
“ทำตัวให้ดูเป็นผู้ชายครับ”
(ก้มมองสารรูปของตนเองอย่างงงๆ)
แสง
ดับสนิทเมื่อทุกคนทำหน้างงๆกับผู้ชม
...........................................................................................................................................................................
บนสวนดาดฟ้าของซาวน่าแห่งหนึ่ง
จัดฉากมีโต๊ะกาแฟ
และเก้าอี้สามตัว
สงสัย
บุญทุ่ม
เสริมส่ง
บันเทิง และโจ
ทุกคนแต่งกายด้วยผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว
กาแฟ
/ชา/หนังสือพิมพ์หรือแมกกาซีน
เปิดฉากจะเห็นบันเทิง
กับเสริมส่งนั่งอยู่ในฉากก่อน
จากนั้นสงสัยค่อยเข้ามา
“เป็นไงบ้างเจ้าคะ…ผมทรงใหม่ของหนู…”(หมุนตัวโชว์ทรงผมและสัดส่วน)
(ยิ้มแกมหัวเราะ)
“ผมสั้นแบบนี้ก็ดูดี
เป็นผู้ชายหน่อย…แต่ผ้าขนหนูนั่นสิ
เอามานุ่งไว้ตรงเอวน่าจะดีกว่า…”
(ทำเอียงอาย)
“แหม…คุณบันเทิงก็…มันยังไม่ค่อยคุ้นนี่เจ้าคะ”
(ปลดผ้าที่กระโจมอกลงมานุ่มที่เอว
แต่ทำท่าปิดบังช่วงอกอย่างเอียงอาย)
“ดูสิ…มีแต่ผู้ชายเดินกันยั้วเยี้ยไปหมด”
(ส่งเสียงแหลมมาแต่ไกล)
“ต๊าย…คุณผู้ชาย”
“นี่แก…เบาๆหน่อย
เดี๋ยวผู้ชายก็หนีกระเจิงไปหมดหรอก…”
“โอ๊ย…ทำไมต้องไปแคร์
ฉันเองก็ผู้ชายนะยะจะบอกให้”(ว่าพลางโพสต์ท่าเบ่งกล้ามแบบชายงามให้ทุกคนดู)
“ว้าย…กล้ามใหญ่กล้ามโตเสียจริงหนอ…พ่อบุญทุ่ม”
(เข้ามาลูบไล้เนื้อตัวบุญทุ่มจนกระทั่งถึงใบหน้า)
“แต่แหม…คุณผู้ชายเจ้าขา
ใช้เครื่องสำอางชนิดกันน้ำซะด้วย
มาอบซาวน่านะเจ้าคะ
ไม่ใช่มาเดินแฟชั่นโชว์”
(ทำจมูกฟุตฟิตได้กลิ่นน้ำหอม)
“แถมอาบน้ำหอมมาซะฟุ้งจริงใจเชียว…กะจะมาล่อผู้ชายโดยตรงเลยนะเจ้าคะ…”
“อ้าว…ไม่งั้นก็เสียชื่อช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของเมืองไทยสิยะหล่อน…”
(เหลียวซ้ายแลขวา
สมมุติว่าเห็นผู้ชายมากมายเดินขวักไขว่ไปหมด)
“อุ้ย…ทำไมผู้ชายมันถึงเยอะแยะยั้วเยี้ยกันอย่างงี้…รู้งี้ชั้นมาตั้งนานแล้ว…อู้ฮู…คนนั้นก็ล่ำ…โอ้โฮ…คนนี้ก็เริ่ด…อ้าฮา…พ่อคนนั้นก็หล่อ…โอ้ย…หัวจิตหัวใจดวงน้อยๆของแม่บุญทุ่มจะวาย…”
“แล้วนี่พวกเธอไปมุดหัวที่ไหนกันมาจ๊ะ…ปล่อยชั้นกะคุณบันเทิงนั่งซดกาแฟกันจนจะเมาอยู่แล้ว”
“คือว่า…หนูเจอกับคู่ขาเก่าเจ้าค่ะ…เลยถือโอกาสจู๋จี๋กันนิดหน่อย”
“อาไร้…สถานที่นี้เขาออกจะเริ่ดหรู
แกเม้าท์รึเปล่ายะนังสงสัย
เด็กแถวสนามหลวงรึจะมีปัญญามาเหวี่ยงแหแถวๆนี้
เชอะเด็กของแกก็คงไม่แคล้วเป็นไอ้หนุ่มหน้าจิ้งเหลนเหมือนเคยนั่นแหละ…”
“จิ้งเหลนจิ้งจกที่ไหนกันเจ้าคะ…น้องโจของหนูออกจะสูง
ยาว ขาว
แต่ไม่ตี๋เพราะเป็นลูกครึ่งฝอเจ้าค่ะ…อู้ย…ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
หนูน่ะอึ๊บกันมาตั้งแต่ยังขี้มูกราขี้ตากรัง
เดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่ม
อะไรต่อมิอะไรของเขาก็เต็มไม้เต็มมือ
เต็มปากเต็มคำเสียเหลือเกิน…”
(ทำท่าวาบหวิวจนคนอื่นนึกอิจฉา)
“เชอะ…ทำเป็นคุย…ของชั้นก็เจอย่ะ…น้องเจของชั้นก็ลูกครึ่งนะจ้า…ลูกค้าประจำกันตั้งแต่อยู่บาร์หนวดสยามนามกระเดื่องโน้นแล้ว
ไม่นึกเล้ยว่าบุพเพจะมาอาละวาดถึงที่นี่ได้
โอ…มายก็อต..พ่อเจของแม่บุญทุ่มบทบาทยังไม่ตกไปเลยแม้แต่นิดเดียว…อา…สะใจชั้นจริงๆ”
“โอ๊ย…คลื่นไส้…ฟังแล้วปวดท้องขี้จัง…”
(ลุกขึ้นยืนจะออกไป)
“ฟังอีสองคนนี่เม้าท์กันแล้วชั้นขมิบไว้ไม่ไหวจริงๆ
เดี๋ยวมานะ…”(ออกจากฉากไป)
(พูดหลังจากเสริมส่งออกไป)
“อิจฉาเพื่อนฝูงล่ะสิท่า…นี่คงจะเตรียมตัวทำแท้งไว้เวิร์คมั่งล่ะซี้…เห็นผู้ชายแยะเข้าหน่อย
ทำเป็นระบบทางเดินอาหารถ่ายเทขึ้นมาเชียว”
(กับบันเทิง)
“แล้วนี่คุณบันเทิงไม่คิดที่จะลุกขึ้นเดินไปจับเหยื่ออย่างพวกเราบ้างเลยหรือ…นั่งซดกาแฟนานๆระวังรากจะงอกเอานะจ๊ะ…”
“คือ…คือว่า…ผมทำตัวแบบพวกคุณไม่เหมาะหรอกครับ
มันจะน่าเกลียดน่ะ
ปรกติผมมาที่นี่ผมก็ไม่ได้มาวิ่งจับเหยื่ออะไร
แค่นั่งจิบกาแฟแล้วก็ออกกำลังกายในห้องยิมเท่านั้น”
“ว้า…นั่งวางท่าเป็นพระเอกแบบนี้มันจะเพลิดเพลินที่ตรงไหนเจ้าคะ…สู้ลงไปสะว่านหานางเอกในความมืดที่ห้องข้างล่างยังจะมันกว่าเป็นไหนๆ…”
“เอาเป็นว่า…ผมมีนัดกับใครสักคนตรงนี้น่ะครับ
พวกคุณจะไปไหนก็ตามสะดวกก็แล้วกัน
ไม่ต้องห่วงผมหรอก…”
(พูดตัดบท
เหมือนจะจงใจไล่)
ในระหว่างที่บุญทุ่มและสงสัยลุกออก แต่ยังคงยืนอยู่ริมฉาก หนุ่มหล่อลูกครึ่งก็เข้ามาอีกมุมหนึง เขาตรงเข้าไปหาบันเทิง ทำท่าสนิทสนมมากอาจมีการกอดจูบหรือหอมแก้มกัน จนอีกสองคนที่ยืนดูอยู่ตกตะลึง คาดไม่ถึง…
สงสัย
(อุทาน
ตกใจ งง) “น้องโจ…”
บุญทุ่ม
(อุทานเช่นกัน)
“น้องเจของแม่บุญทุ่ม…โธ่…”
น้องโจ
(พูดบทกับบันเทิง)
“พี่รอเจมส์นานไหมฮะคือว่า…วันนี้เจมส์ติดถ่ายแบบครับเลยมาช้าไปหน่อย
เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะขับรถไปส่งพี่บันเทิงที่กองถ่าย
จะได้หายโกรธไงครับ…
เสริมส่ง
(คำรามมาแต่ไกล) “น้องโจ น้องเจ น้องเจมส์ ของใครน่ะไม่คัญ เพราะนั่นมันน้องแจ็คของกูโว้ย…”
(จบดีกว่า…) 23.1.43.