กระดังงาห่างไฟ ๒
โดย
ภูพิสิฐ หอมธูปพรหม
เพลงประกอบ"หัวหินสิ้นมนต์รัก" ทำนองและคำร้องโดย ไสล ไกรเลิศ

๒.หนาวน้ำตา
เมื่อเมาจนได้ที่
ดร.ลาภล้น
จึงยอมเดินตาม ตากล้องหนุ่ม
มายัง กลุ่มใหญ่
ซึ่งเขาเหล่านั้นกำลัง
ดีด สี ตี เป่า เขย่าขวด และ เม๊าท์กันอย่างออกรสออกชาติ
พวกเรา
เทคแคร์อาจารย์ลาภล้นด้วยนะ
เขาจะมาสนุกด้วยกันกับเรา
หนุ่มตากล้องมาดเซอร์ว่าแล้วก็เดินโงนเงนไป
สุมหัว
กับอีกกลุ่มตรงเตาปิ้งอาหารทะเลควันโขมงนั่น
ชายหนุ่มทั้ง
เด็ก
และ ไม่เด็กในกลุ่มพวกนั้นยิ้มรับตามมารยาท
แล้วส่วนใหญ่ก็หันไปสนใจกิจกรรมที่
ติดพัน
อยู่ก่อนหน้านั้นต่อ
หนุ่มใหญ่ยืนอยู่กลางวงเก้ๆกังๆ
ถึงแม้จะมึนอยู่บ้าง
แต่เขาก็ยังไม่วายเกิดความรู้สึกแปลกๆ
เหมือนกำลังอยู่ในแล็บทดลอง
และตอนนี้เขาก็เสมือนสารเคมีแปลกปลอม
ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะละลาย รวมตัวเข้ากับสาร
ส่วนใหญ่ได้หรือเปล่า
ได้ฤกษ์ออกจากห้องหอแล้วหรือเจ้าคะ
ป๋าขาป๋า
คืนนี้ป๋ามาดึกจัง
หนุ่มเสียงสาวนางหนึ่งอ้อแอ้แซวมา
ท้ายเสียงล้อเลียนเป็นทำนองเพลงลูกทุ่ง
เสียงแปร๋นๆของ
เจ้าหล่อน
ทำให้ผู้ถูกทักรู้สึก
ขัดเคืองบ้าง
แต่ก็เก็บแอบไว้ภายใต้ความนิ่งเฉยและหยิ่งทะนง
โชคดีครับจาน
มือกีต้าร์โปร่งประจำวงเหล้า
ยื่นแก้วมากระทบ ผมปราชญ์ครับ
ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มรณรงค์เมาไม่หลับฮะ
หนุ่มใหญ่มองเด็กหนุ่มที่ชื่อปราชญ์เหมือนต้องมนต์สะกด
หนุ่มน้อยวัยไม่น่าจะเกิน
๑๘ ปี เสียงใสๆที่ออกมาจากปากบางเป็นกระจับนั้นน่าฟังซ้ำเป็นครั้งที่สอง
แม้จะมี กลิ่นอายของความมึนเมาปะปนมาด้วย
แก้มบางใสเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยฤทธิ์เมรัย
ซึ่งมองเห็นจากด้านข้างยามที่เขาหันกลับไปเกากีต้าร์ต่อ
เขาก้มหน้าก้มตาร้องเพลงไปดีดกีต้าร์ไป
อย่างไม่ค่อยจะใส่ใจกับใครอื่นรอบข้างนัก
หนุ่มน้อยคนนี้รูปร่างหน้าตาน่ารักน่าใคร่
และ ถูกชะตาอย่างไรก็บอกไม่ถูก
อาจเป็นเพราะ
เขาเป็นคนๆเดียวในกลุ่มนี้ที่
เปิดโอกาสให้คุยด้วย
และ
ไม่รู้ทำไมอีกเช่นกัน
ที่ต้องหวนไปนึกถึง นายปรัชญ์ บุคคลซึ่ง
เคยมี อดีตต่อกันที่หัวหินแห่งนี้
อีกครั้ง
หนุ่มปราชญ์ซึ่งกำลัง
อิน อยู่กับบทเพลง
ดีดกีต้าร์คู่ใจพลางเขย่าหัวโครงเครง
ผมสลวยของเขาย้อยลงปรกหน้าผากดูมีเสน่ห์เย้ายวนใต้แสงกองเพลิงที่สุมไว้ใกล้ๆนั่น
เป็นเด็กเป็นเล็ก
อย่าดื่มมากนักนะ
เดี๋ยวจะร้องเพลงไม่เพราะ
ดร.ลาภล้นคิด
หาเรื่องพูดคุยอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยปากกับ เพื่อนต่างวัยรูปหล่อ แต่อย่างไรซะ
ก็ยังอดทิ้งมาด อาจารย์ คร่ำเคร่งไปไม่ได้
ไม่หรอกฮะ
ปรกติอยู่บ้านผมไม่ค่อยมีโอกาสน่ะ
เขาหันมาสบตาปรือๆ
ร้องเพลงสักเพลงมั้ยครับจาน
เด็กหนุ่มคลี่หนังสือคอร์ดกีต้าร์ยื่นมาให้
หนุ่มใหญ่ส่ายหัว ไม่ล่ะ
ฟังเธอร้องก็เพราะดี
อยากฟังเพลงอะไรครับ
ปราชญ์จับหนังสือเพลงพลิกซ้ายพลิกขวา
หัวหิน
สิ้นมนต์รัก
อาจารย์ลาภล้น
ตอบเกือบไม่ต้องคิด
เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งได้ยินจึงแบะปากใส่ ว้า
เชยแหลก
เพลงงี้อีกแล้ว
เหรอ
สามรอบแล้วน่ะเว้ย
เฮ้ย
ไอ้ปราชญ์
ร้องแล้วก็ร้องอีกได้นี่หว่า
ไม่เห็นแปลกตรงไหน
ก็เพลงมันเพราะ
หัวหิน
เป็นถิ่นสำคัญ
ขาดเธอ
กลับพลันเงียบเหงา
มองแสงดาวเรียงราย
คลื่นยังคร่ำยังครวญ
จันทร์แจ่มยังนวล
เย้ายวนไม่วาย
คอยชื่นชู้สู่แลหาย
เห็นรอยทราย
ใจฉันหวิวหวั่น
พ่อผมไม่ชอบให้ผมร้องเพลง
เมื่อร้องเพลงจบเขาจึงได้เอ่ยขึ้น
แต่
ผมมันดันทุรังมาเอง
พ่อเธอมีอคติอะไรกับเพลงเหรอปราชญ์
อาจารย์ลาภล้นหาเหตุเอาเรื่องตนเองเข้าไปพัวพัน..
คงไม่เกี่ยวมังฮะ
เขาเล่าไปทำท่าผิดหวังเล็กน้อย
พ่ออยากให้ผมเป็นตำรวจ
แต่ผมอยากเป็นนักดนตรีมากกว่า
ไอ้พ่อโบราณๆมันก็อย่างงี้ทั้งเพ
ชอบบังคับฝืนใจลูกกันดีนัก
หนุ่มใหญ่คิดเรื่อยเปื่อย
พลาง ฉวยโอกาส
เอามือลูบเรือนผมที่เคลียท้ายทอยของเด็กหนุ่มราวกับจะปลอบโยน
ทั้งที่ความจริงอยากจะ สัมผัสเนื้อหนุ่มนั่นต่างหาก
ค่อนข้างดึกแล้ว
ดาวหลายดวง
หลายหมู่ ทยอยหล่นลงทะเลไป
ที่เส้นขอบฟ้า
ยังคงมองเห็นแสงวาบๆของเรือหาปลาอยู่รำไรๆ
ยิ่งดึก
จากวงเหล้าใหญ่
แตกแยกเป็นวงเล็กๆหลายวง
บ้างก็เป็น คู่ๆ ตามอัธยาศัยและรสนิยมของแต่ละคนกันไป
และเผลอไปเพียงแว๊บเดียวผู้คนตรงนี้ก็
บางตาไป
บ้างก็หันไป หาความสำราญ กันเป็นการส่วนตัว
บ้างก็ยังดื่มต่อแบบ ไม่เมาไม่หลับ
บางคนก็หลับกลิ้งเกลือกคลุกทรายไปบ้างแล้ว
ธรรมชาติ
เดินฝ่าความมืดเข้ามาหลังจากหายตัวไปพักหนึ่ง
กลับมาคราวนี้เขาไม่สวมเสื้อ
อกเปลือยเปล่านั้นบอกถึงพลานามัยที่แข็งแรง แม้วัยเขาจะเข้าเลขสี่แล้วก็ตาม
ผมที่ยาวสยายเคลียบ่าเมื่อหัวค่ำ
ถูกผ้าโพกไว้ แลดูเป็น
ชาวเลเจ้าเสนห์
พี่ไปนอนก่อนนะ
ง่วงแล้ว
หนุ่มเคราเขียวครึ้ม
ก้มลงมาหอมแก้มมือกีต้าร์หน้าใสซ้ายที่ขวาที
ก่อนจะเดินโงนเงนจากไปเหมือนพ่อปูลมที่กำลังจะกลับลงรู
อาจารย์ลาภล้นนั่งมองภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
แล้วทำตาปริบๆ พลางว่า
เขาทำแบบนี้บ่อยไหม
หนุ่มน้อยพยักหน้า
พี่ธรรมชาติเคยบอกว่า
แค่หอมกันก็เรื่องธรรมดา
ไม่เห็นแปลกอะไร
เพื่อนเธอไปไหนกันหมด
หนุ่มใหญ่เหลียวซ้ายแลขวาไปตามหาดทราย
คงเข้าไปนอนกันหมดแล้วมังครับ
หนุ่มน้อยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมอง
นี่มันดึกแล้วนี่ครับ
ป่านนี้เมาพับไปหมดแล้ว
ปราชญ์
เธอนอนบังกาโลว์ไหน
ดร.ขยับแว่นมองสบตาหนุ่มน้อย
นอนกะเพื่อน
เขาตอบไม่ตรงคำถามนัก
คนไหน
ก็คนเมื่อกี้ไงครับ
ถ้าอยู่ในแสงสว่างคงจะเห็นสีหน้าของท่านด๊อกเตอร์เปลี่ยนไปโดยฉับพลัน
เขาเกิดอาการ ริษยาขึ้นในเบื้องลึกอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ
ผมจับสลากได้ห้องนอนเดียวกับพี่ธรรมชาติ
ก็เท่านั้นเอง
หนุ่มน้อยออกตัว
แล้วอาจารย์ล่ะครับ
ได้นอนคู่กับใคร
หนุ่มหน้ามลคนนี้
ไม่น่าถามคำถามนี้มาเลย
พับผ่าสิ
ก็ไอ้หนุ่มคนที่
จับสลากได้คู่กัน พอเปิดประตูบังกาโลว์
มันก็โยนกระเป๋าแหมะ แล้วก็ สบัดตูดหายหัวไปเลย
ยังมิทันได้ถามชื่อแซ่กันเสียด้วยซ้ำ
แล้วจะให้ตอบยังไง
นอกจากปราชญ์แล้ว
คงไม่มีใครเขาอยากจะคุยกับพี่หรอก
ท่านด๊อกเตอร์ช่างกล้าใช้
สรรพนามแทนตัวได้เต็มปากเต็มคำ
ก็ทีอีตาธรรมชาติมันก็แก่พอๆกับฉัน
เธอยังเรียกมันว่าพี่ได้
แล้วทำไมไม่เรียกฉันอย่างงั้นบ้าง
คิดแล้วก็สุดจะเจ็บกระดองใจนัก
ทำไมกูไม่โชคดีในการ จับสลากบ้างวะ
อาจารย์ก็คิดมากไปเอง
ไม่มีใครเขารังเกียจกันหรอกครับ
เพื่อนๆกันทั้งนั้น
คนที่เขาจับสลากได้ห้องนอนเดียวกับพี่
เขาคงรังเกียจ
ไม่หรอกฮะ
เจ้าหนุ่มทำเสียงปลอบ
ผมว่าป่านนี้มันคงไปตั้งวงไพ่กันที่ห้องใดห้องหนึ่งเสียมากกว่า
คนมาเที่ยวเป็นกลุ่มแบบนี้
มันไม่ค่อยนอนกันหรอกครับ
ว่าพลางชี้ให้ดูขี้เมาที่หลับอยู่รายรอบ
หรือถ้านอน
มันก็ไม่นอนในห้องกันหรอก
บนทรายเนี่ยได้บรรยากาศกว่าแยะเลย
เราเนี่ย
อารมณ์ศิลปินไม่หยอกเลยนะ
ปราชญ์..
ผมชอบความเป็นศิลปิน
เขาพูดไปพลางตีคอร์ดเปล่าๆไป
ถึงได้ชอบคุณธรรมชาติเขาใช่มั้ย
หนุ่มนักกีต้าร์หยุดมือลงชั่วครู่
เขาสบตาฝ่ายนั้นเหมือนจะโต้ตอบอะไรบางอย่าง
ในใจ
เขาอยากจะตอบกลับไปว่า
ใครๆก็ชอบพี่ธรรมชาติกันทั้งนั้น
พี่เขาน่ารักออก
เป็นศิลปินไม่เรื่องมาก
สุภาพ มีเสน่ห์
ไม่เห็นเก็บกด
และวางตัวสูงส่งเหมือนคุณด๊อกเตอร์คนนี้เลย
แต่แล้ว
ก็เงียบ
ความเงียบถูกกลืนเก็บไว้ใต้เสียงเกากีต้าต่อไป
ดร.ลาภล้น
ยังคงต้องทน หนาวน้ำตาต่อไป
น้ำตาอุ่นๆ
หยาดน้อยนิด
ที่มันซึมแทรกออกมาจากเบ้า
มันกลับทำให้ ดร.ลาภล้น หนาวสั่น
เสียยิ่งกว่าอยู่ในแดนหิมะหลายร้อยพันเท่านัก
เขาเดินเลียบไปตามชายหาดเพียงเดียวดายและไร้คู่
ฝ่าเท้านั้นกระทบกับชายน้ำเค็มเย็นชื้นอย่างเย็นชา
แขนสองข้างกอดเกี่ยวไว้ตรงอก
เลื่อนลอย
และปล่อยอารมณ์ไปกับความเมา...
จะกลับไปนอนรึ
อย่าเลย
ไหนๆมันจะ
แห้ว
แล้ว
ก็เดินมันไปเรื่อยเปื่อยซะอย่างงี้ดีกว่า
เขาคิด
ชาตินี้ยังมีเวลานอนอีกถมถืด
แต่เวลาที่จะหา
คนนอนด้วย
นี่สิ
มันเหลือน้อยเต็มทนแล้ว...
อ้อมอก หรือ อายอุ่น
ของใครสักคนก็ได้ ที่จะทำให้ภาพฝันของหัวหินเป็นจริงขึ้นอีกสักครั้งหนึ่ง
อีกครั้งเดียวก็ยังดี
กลิ่นกัญชาลอยกรุ่นผ่านจมูกไปวาบหวิว
เงาตะคุ่มๆของชายหนุ่มคนหนึ่ง
เขายืนพิงโขดหิน
สูบมวนกระดาษเห็นแสงแดงวาบๆ
และปล่อยควันลอยเคว้ง
ยังไม่นอนหรือครับ
หนุ่มคนนั้นทัก
ตาเขาลอยเหม่อเนื่องจาก
ปุ้นได้ที่พอดี ร่างสันทัดนั้นสวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเดียว
เอวคอดและไหล่กว้างชวนหลงใหลทีเดียว
พวกเดียวกันฮะ
ก็ผมมารถคันเดียวกับอาจารย์ไงครับ
จำผมไม่ได้หรือ
คำพูดนั้นทำให้ท่านด๊อกเตอร์อุ่นใจขึ้น
ลองสักหน่อยมั้ยฮะ
จะได้หลับสบาย
เขายื่นมวนกระดาษที่สูบคาปากยื่นให้
นักวิชาการรับมันมาอย่างเด็กว่าง่ายคนหนึ่ง
ตลอดชีวิตการเป็นนักวิชาการด้านการปกครองมาสิบกว่าปี
เรื่อง สุรานั้นเรื่องย่อยอยู่แล้ว
แต่เรื่อง ยาเมา วันนี้จะขอ
แอบลองดูบ้างใครมันจะรู้
นอกจากเจ้าหนุ่มผู้นี้
หนุ่มขี้ยาในความมืดสลัว
เขาอัดควันมันเข้าปอดไปจนเต็มกลืน
ครู่เดียวฤทธิ์ของมันก็เข้าไป
ผสมโรงกับแอลกอฮอล์ที่ฝังอยู่ในกายโดยไม่ยาก
และอีก
ซี๊ดต่อๆมา อาจารย์ลาภล้นก็รู้สึกเบาโหวง
ล่องลอยไปสู่ไหนต่อไหนก็ไม่รู้
ภาพของ
หนุ่มน้อยที่ชื่อ ปรัชญ์
ผุดพรายเข้ามาในห้วงอารมณ์
ในขณะเดียวกัน
.ดร.หนุ่มใหญ่
ก็กลับกลายไปเป็นตี๋หล่อพ่อรวยที่ชื่ออาเล้ง
ปรัชญ์
คุณกลับมาหาผมจริงๆหรือนี่
อาตี๋เล้ง
ละล่ำละลักด้วยความดีใจ
ทั้งสองโผเข้าโอบกอดกันด้วยแรงรัก
จูบอันดูดดื่มเร่าร้อนนี้เขาไม่มีวันลืมและไม่มีวันที่จะมีใครมาทดแทนปรัชญ์คนนี้ได้อีกแล้ว
ผมมีอิสระแล้วปรัชญ์
บอกผมสิว่าคุณจะกลับมาอยู่กับผม
และรักผมคนเดียว
เขาคร่ำครวญขณะซบลงตรงกลางทรวงอันกว้างอบอุ่นของยอดชู้
หนุ่มลาภล้นเชยชมเรือนร่างของปรัชญ์
อดีตนักฟุตบอล
ดาวมหาวิทยาลัยขวัญใจของสาวๆ
ริมสนาม
บัดนี้มันกลับมาให้ลาภล้นได้เป็นสุขล้ำอีกครั้ง
เชอะ
นังพวกชะนีหน้ามืดตามัวทั้งหลาย
พวกหล่อนไม่มีวันได้เชยชมพ่อยอดชายของฉันคนนี้หรอก
โอว
ปรัชญ์ครับ
ของคุณยังเหมือนเดิม
คุณยังเป็นของผมอยู่
ลาภล้นสะอื้นเมื่อถอดเกงเกงเขาออกไปทางปลายเท้า
แล้วคลอคลึงอยู่กลางลำตัวอันกำยำ
ร่างอันทรงเสน่ห์ของนักกีฬารูปหล่อเกร็งขมึง
ใบหน้าหงายแหงน
ด้วยใจรัญจวน แขนแมนอันแกร่งกล้านั้นกดศีรษะของอีกฝ่ายให้ต่ำลงไป
ต่ำลงไป
รสรักที่กลับมาอีกครา
มันช่างร้อนรุ่นสุมทรวง
และเสียวสะท้าน
เขายังคงเป็น
ผู้ชายคนเดิมของ อาเล้งคนนี้
คนเดียว
และตลอดไป
ผมไม่เคยปล่อยตัวปล่อยใจกับใครแบบนี้มาก่อนเลยนะปรัชญ์
ตี๋หนุ่มเสียงกระเส่า
ความร้อนภายในแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ครับ
ผมเชื่อ
ฝ่ายนั้นครางฮือ
มือกดเน้นตรงที่เดิมด้วยอารมณ์เปิดเปิง
ผ
มรักคุณนะปรัชญ์
ได้ยินไหม
ผมรักคุณ
ตลอดเวลาผมโหยหาแต่คุณคนเดียว
ถ้าไม่มีคุณ
ผมคงรักใครไม่ได้อีกแล้วครับ
ภาพของนักกีฬารูปหล่อขึ้นคร่อมมาบนร่างนี้
ตาเจ้าเสน่ห์คู่นี้
เขาไม่เคยลืมมันเลยไม่ว่ามันจะผ่านเลยไปนานเท่าใด คิ้วเข้ม
จมูกสวย ปากบางได้รูป และผิวคล้ำเนียนชวนสัมผัสรัดรึงตรึงใจ
นายลาภล้นหลับตาพริ้มพรายรอรสจูบจากเขาอีกครั้ง
ภาพในนั้นเต็มไปด้วยดาวดาวพราวระยับ
นี่มันสวรรค์ชั้นไหนกันนี่
ฝ่ายตรงข้ามเบียดประชิด ร่างแนบร่าง
เนื้อแนบแน่น
และแล้วเขาก็รู้สึกถึง
อาการถูกชำแรกแทรกลึก
อา
ปรัชญ์คุณเข้ามาในตัวผมเถอะ
ผมยอมทุกอย่างเพื่อคุณ
ขอเพียงให้คุณกลับมาเป็นของผม
.
นาวาสวาทลำนี้ลอยลำไปบนทะเลกาม
เริ่มจากเชื่องช้า
เนิ่นนาน เนิบนาบและแนบแน่น
แม้มันจะเจ็บร้าวไปถึงส่วนลึก
แต่เจ็บนี้ก็พลีให้ด้วยความเต็มใจเต็มกาย
และเมื่อใกล้ถึงฝั่ง
ต่างคนต่างช่วยกันจ้ำพาย
พายแล้วงัด
งัดแล้วพายอย่างร้อนรนทุรนทุราย
ด้วยเกรงคลื่นลมที่ถาโถมจะมาทำให้ล่มสลายไปเสียก่อน
ปรัชญ์ที่รัก
โอวว
ผมจะทนไม่ไหวแล้ว
.
และแล้วหัวเรือก็กระทบฝั่ง
ทำให้น้ำซาดซ่า
แตกกระจาย
เจิ่งนองเต็มใบหน้าผู้โดยสารจนเต็ม
ลำ
โอวว
คุณทำให้
ช่วงเวลาที่ขาดหายของผมกลับมาแล้ว
.
ลาภล้นหลุดปากออกมาด้วยจิตอิ่มเอมโอชะ
ก่อนที่จะหมดสติไปในค่ำคืนนั้น
แดดส่องผ่านบานหน้าต่าง
ทะลุผ้าม่านโปร่งแสง
เสียงนกจอแจอยู่บนยอดไม้นั่น
เหมือนมันจะพยายามปลุกให้คนที่นอนอยู่ในบังกะโลตื่นซะที
เสียงคลื่นลมแรงกว่าเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา
ดร.ลาภล้น
ยันตัวเองขึ้นจากเตียง
ร่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานี้
มิได้มีเพียงเขาเท่านั้น
ชิ้นส่วนของเสื้อผ้าที่ปลายเตียงนั่น
เป็นของเขาเอง
กับคนที่ยังหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ
ปรัชญ์ เขารำพัน
พร้อมกับแย้มผ้าห่มแล้วมองไปตลอดร่างที่นอนคว่ำหน้ากรนเบาๆอย่างมีความสุข
เรือนร่างชายหนุ่มงดงามสมส่วนคนนี้เป็นใคร
เขาฝันเพ้อไปแน่ๆ
หาดหัวหินแห่งนี้มันดลจิตดลใจให้เขาทำอะไรบ้าๆลงไปหรือนี่
กี่โมงแล้วครับ
จาน
เสียงงัวเงียจากร่างที่นอนอยู่เคียงข้าง
เขาเริ่มขยับตัวไปมองนาฬิกาข้อมือ
ตายโหง
สายแล้วหรือเนี่ย
สาย
ใครกันแน่ที่สาย
เรา หรือว่า
เขา ดร.ลาภล้นคิด
หนุ่มคนนั้นพรวดพราดลงไปจากเตียง
คว้ากางเกงยีนส์ซึ่งติดตัวมาเพียงชิ้นเดียวสวมลวกๆ
แล้วเอามือเสยผมสองสามที
เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนที่ผ่านไป
แล้วผมกลับมาบังกะโลได้ไง
หนุ่มใหญ่ถามทั้งๆน่าจะเดาออก
ก็
ผมเอง
อาจารย์เมาจนไม่รู้เรื่องรู้ราว
ผมต้องหิ้วปีกมา
มีใครรู้รึเปล่า
ว่าเธอนอนที่นี่
ดร.ลาภล้นนึกระแวง
เจ้าหนุ่มหุ่นดีนั่นส่ายหน้าช้าๆแบบงงๆ
แต่เอ
มีครับ
.มีคนนึง
ใคร
?
ก็ไอ้จ๊อบ
ที่มันจับสลากนอนคู่กับอาจารย์ไงครับ
เขาพูดเรื่อยๆสบายๆ
มันเข้ามาเอากระเป๋าของมันเมื่อตอนเช้า
แล้วมันก็ไป
ผมไปนะครับ
เจ้าหนุ่มหน้าคมยังอุตส่าห์ร่ำลา
เดี๋ยวขากลับเจอกันบนรถ
พูดจบเขารี่ไปที่ประตู
เดี๋ยว
อาจารย์หนุ่มใหญ่ที่เพิ่งใจแตก
รู้สึกอาลัยอาวรณ์ในรสรักที่ผ่านไป
เธอชื่ออะไร
แล้วเราจะ
..กันอีกไหม
ท้ายเสียงนั้นอ่อนลมด้วยความกระดาก
หนุ่มใหญ่ลุกขึ้นจากเตียงคว้าผ้าที่ใกล้มือที่สุดพันท่อนล่างไว้
แล้วแต่โอกาสครับ
ผมก็เที่ยวๆอยู่แถวสีลม
เขายักไหล่
ชื่อเหรอ
ก็ไม่สำคัญร็อก
เจอกันบ่อยๆก็รู้ไปเอง
แต่
ดร.ลาภล้น
มองหน้าคู่ขาชั่วคืน
เหมือนรอความเห็นใจ เรานอนด้วยกันแล้ะนะ
โถ
จาน
เจ้าหมอนั่นส่งเสียงเหมือนเป็นเรื่องธรรมดามาก
เรื่องนอนด้วยกันมันไม่ได้หมายความว่าจะต้องกลายเป็นผัวเมียกันตลอดชีวิตนี่
แล้วอีกอย่างผมก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วแล้วด้วย
ถ้าเกิดอารมณ์ก็เรียกใช้ได้ตามโอกาสแล้วกัน
ผมไปล่ะนะ
พล่ามด้วยมาดจิ๊กโก๋เสร็จ
เจ้าชายเพียงหนึ่งราตรีก็ปิดประตูใส่ดังปัง
! แล้วมันก็จากไป
นักวิชาการผู้เคยพร่ำสอน
นักศึกษามาก็มาก
ได้ฟังถ้อยคำอันจะเแจ้งนี้แล้วแทบสะอึก
หน้าชาวูบๆ
ไม่
มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องร้องไห้ร้องห่มให้เสียเวลา
ทั้งๆที่ในใจ
อยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ
แต่ตัวเขาเองก็มิใช่
สาวพรหมจรรย์ที่จะต้องมาคร่ำครวญโศกาอาดูร
ในสิ่งที่สูญเสียไป
เพียงแต่ ตกใจบ้าง
กับวิถีชีวิตในสังคม คนดอกไม้พวกนี้
ดี
เขาคิดกันอย่างงี้ดอกรึ
เออ
กูเพ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เอง
ได้เลย
อย่าคิดว่า
คนอย่าง ดร.ลาภล้นคนนี้จะยอมพ่ายแพ้
แม้ว่าหนทางสู่ถนนสายนี้
มันจะเหลือสั้นกว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกมึง
ไอ้พวกกระต่ายน้อยเอ๋ย
พวกมึงอย่านึกนะ
ว่าวิ่งเร็ววิ่งไกล
แล้วจะมาข่มเต่าล้านปีที่เพิ่งจะคืบคลานมาช้าๆอย่างกู
กูจะต้องหาทาง ติดปีกเพื่อบินไปให้ทันพวกมึง
คอยดู