ฉบับสุดท้ายถึงแม่...
เรื่องสั้น(ที่สุด) ของ ภูพิสิฐ
หอมธูปพรหม

มุมหนึ่งภายในห้องที่เงียบเหงา
หน้าเครื่องพิมพ์ดีดสีเหลืองที่แม่ซื้อให้
๑๒
เมษายน ๒๕๓๐
กราบเท้าแม่ที่เคารพอย่างสูง
แม่ครับ
เนื่องจากวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของแม่
ผมทราบดีครับว่าแม่นั้นไม่ต้องการสิ่งของใดๆจากลูกๆ
นอกจากคำอวยพรเล็กๆที่แม่อยากได้เหมือนปีก่อนๆ
อีกทั้งการแสดงความรักบ้างนิดหน่อยจากลูกที่แม่เคยฝันถึง
ครับ
ผมทราบดี
ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ผมจึงอยากจะอ้อนวอนสิ่งศักดิ้ทั้งปวงมอบพรอันเป็นมงคลแก่แม่ครับ
แม่ครับ
มีอะไรบางอย่างซึ่งผมอยากจะบอกกับแม่
มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยพูดกับใครมาก่อนเลย
สิ่งแรกทีเดียวผมอยากให้แม่ได้รับรู้ว่าผมรักและเคารพแม่มากที่สุดในโลกครับ
นั่นก็เพราะแม่คือเจ้าชีวิตโดยแท้ของผม
ไม่ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นก็ตามที
ขอให้แม่วางใจเถอะว่าผมยังคงเป็นเด็กดีคนเดิมของแม่ คนที่แม่พร่ำสอนอบรมมากับมือแม่ไงครับ
แม่ครับ
และสิ่งต่อไปนี้ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว
ถึงวันนี้ผมไม่เสียดายหรือเสียใจเลยครับที่ได้ก่อเกิดมาเป็นลูกของแม่
แม่ดีเด่นหรือแม่ยอดเยี่ยมที่เขาแจกรางวัลกันโครมๆ
นั่นมันคืออะไรกันครับ
เขาเอาอะไรหรือมาเป็นบรรทัดฐานในการวัด
ความดีของคน
หรือเพียงเพราะว่าเป็นแม่ของคนดังมีชื่อเสียงเขาถึงได้รู้เห็นและเรียกมารับรางวัล
หากผมมีรางวัลจะมอบให้บ้าง
ผมจะยกรางวัลแม่ผู้กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวให้กับแม่เพียงคนเดียว
ทั้งยังอาจจะแถมรางวัลแม่ผู้ทุลักทุเลให้แม่อีกสักรางวัลก็ยังได้
ผมรู้ครับว่าแม่เหนื่อยเหลือเกิน
เหนื่อยกับชีวิตที่ดิ้นรนต่อสู้มาเป็นเวลายาวนาน
เหนื่อยกับการที่ต้องกระเตงเลี้ยงดูลูกทั้งสามคนแต่เพียงผู้เดียว
แม่ครับ
วันนี้แม้จะดูหม่นหมองไปบ้าง
แต่แม่จงภาคภูมิใจเถอะครับว่าแม่นั้นได้ทำหน้าที่ของ
แม่โดยสมบูรณ์แล้ว
แม้ว่าแม่จะไม่เคยมีสามีที่แสนดีคอยยืนอยู่เคียงข้าง
หรือมีลูกเป็นนายร้อยห้อยปริญญาเป็นหาง
แม้ว่าผลิตผลจากแม่จะดูกระท่อนกระแท่นไปบ้างก็เถอะ
แต่นั่นก็มิใช่เรื่องสำคัญแต่ประการใดเลย
เพราะแม่ได้สร้างสมาชิกของสังคมที่เป็นคนดี
ผมขอยืนยันตรงนี้เลยครับว่าไม่มีลูกคนไหนของแม่เลวร้าย
เป็นโจรห้าร้อยหรือขยะสังคมเลย
แม่ครับ
แม่ได้พิสูจน์ให้ผมและสังคมได้รู้ว่า
ความจนและความลำบากนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรค์ในการสร้าง
คน
เลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ คนที่แม่ได้สร้างขึ้นมาอย่างผมนี่สิครับ
ยังต้องครุ่นคิดหนักอยู่ตลอดเวลา
ผมจะมีความสุขไปได้อย่างไรครับแม่
ในเมื่อมีบางสิ่งในใจที่มันยังคั่งค้างคอยหลอกหลอน
แม่ครับ
ผมยังมีสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นความลับกับแม่มาโดยตลอด
ผมไม่สบายใจ
ผมไม่มีความสุขเลยครับแม่
บางครั้งผมต้องนอนร้องไห้เพียงลำพังเมื่อนึกถึงตอนเป็นเด็ก
แม่เคยสอนไม่ให้ผมโกหก
ผมก็ปฏิบัติตามคำสอนของแม่มาโดยตลอด
แต่มีเพียงเรื่องเดียว
เรื่องที่ผมรู้สึกมีความผิดอยู่ตลอดเวลา
เพราะผมได้โกหกแม่มาเป็นเวลานานเหลือเกินครับ
ซ้ำผมยังโกหกสังคม
โกหกแม้กระทั่งตัวเอง
ผมพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองมาจนนับครั้งไม่ถ้วน
ผลก็คือผมพ่ายแพ้ตัวเองมาโดยตลอด
แม่ครับ
แม่ช่วยผมด้วย
แม่
ผมรู้ว่าแม่คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้ผมหลุดพ้นจากขุมนรกอันโหดร้ายนี้ได้
นรกที่แม่เคยบอกว่ามันอยู่ในใจนั่นไงครับ
ตอนนี้มันกำลังกัดกินหัวใจผมจนสุดจะทนแล้ว
ทำไมผมจะไม่รู้ว่าความรักที่แม่มีต่อผมนั้นมากมาย
เพียงแต่ผมไม่รู้ว่ามันมีขอบเขตแค่ไหน
แม่จำได้ไหมครับแม่เคยบอกผมว่า
รอให้แกมีลูกเสียก่อน
เมื่อนั้นแหละจึงจะรู้ว่าแม่นั้นรักและเป็นห่วงแกขนาดไหน
แต่
ผมคงไม่มีโอกาสรู้ได้ลึกซึ้งเหมือนแม่หรอกครับ
เพราะชาตินี้ผมคงไม่มีโอกาสได้เป็น
พ่อของลูกอย่างแน่นอน
แม่ครับ
ถึงตรงนี้แม้ผมไม่บอกอะไรเพิ่มอีก
แม่คงจะเดาออกแล้วใช่ไหมครับ
ว่าผมกำลังจะบอกอะไร
แม่ครับ
ที่ว่าให้แม่ช่วยนั้น
ผมไม่ได้หมายความว่าให้แม่มาช่วยให้ผมหยุดพฤติกรรมของผม
พฤติกรรมที่คน ส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่ยอมรับ
ซึ่งหากจะหยุดพฤติกรรมนี้ผมคิดว่ามันก็คงยากพอๆกับห้ามฝนตกหรือแดดออกนั่นแหละครับ
ผมอยากจะบอกแม่ว่า
ผมเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
ผมไม่ได้ฝืนธรรมชาติอย่างที่คนส่วนใหญ่เขาตราหน้าเลย
เจ้าธรรมชาตินั่นต่างหากที่มันได้ปลุกปั้นสรรค์สร้างมนุษย์อย่างผมขึ้นมาเอง
มันสร้างให้ผมเกิดมาเป็นนักสร้างสรรค์ไงครับ
ผมเพียงแต่อยากได้แม่เป็นที่พึ่ง
ได้มารับรู้ ความจริง
เท่านั้นผมก็พอใจที่สุดแล้วครับ
เหมือนตอนที่ผมยังเล็ก
ผมเป็นไข้ไม่สบายแล้วมีแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆนั่นไงครับ
หากจะเปรียบคนแบบผมเป็นเช่น
คนพิการ
สังคมก็ควรจะให้ความเอื้ออาธรเอาใจใส่
ไม่ใช่มาคอยเหยียบย่ำซ้ำเติมให้เจ็บช้ำยิ่งไปอีก
แม่ครับ
แม่จะคิดอย่างไรกับผมเมื่อรู้ความจริงเช่นนี้
แต่อย่างไรก็ดีผมก็หวังให้เหตุการณ์เป็นไปในทางที่ดีครับ
แม้ว่าแม่จะโกรธจะเกลียดผมหลังจากที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้จบแล้วก็ตาม
ผมจะขอถือสิ่งนี้เป็นนิมิตหมายอันดีงามสำหรับชีวิตผม
ที่ได้มอบความสัตย์และความจริงใจกับในวันอันเป็นมงคลของแม่เช่นนี้
และไม่ว่าอะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิด
ผมรู้สึกโล่งอกและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก วินาทีนี้ผมมีความสุขครับ
ที่มีโอกาสได้ระบายความลับอันเก็บกดอันนี้ออกไปเสียที
แม่ครับ
ห้าปีที่ผ่านมาใช่ไหมครับที่ผมได้ใช้ชีวิตร่วมกับ
ปอล ชาวต่างชาติคนนั้น
แม่ไม่เคยถามถึงเลยว่าผู้ชายสองคนอยู่ร่วมกันในฐานะอะไร
แต่ผมก็เชื่อแน่ว่าคนอย่างแม่มิใช่ผู้หญิงดักดานไม่ประสีประสาเหมือนอย่างแม่คนอื่นๆทั่วไป
แม่ครับ
แม่เคยเชื่อไม่ใช่หรือครับ
ว่างานแต่งงานที่ถูกต้องตามประเพณี
ตามฤกษ์ยามนั้นจะทำให้ชีวิตคู่ยั่งยืนตลอดรอดฝั่ง
แต่แม่ลองหันกลับไปมองดูคู่บ่าวสาวใกล้ตัว
เช่นคู่ของพี่สาวกับพี่เขยของผม
หรืออีกคู่ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ของผมนั่นบ้างไหมครับ
ว่าทั้งสองคู่นั่นมีความสุขดีอยู่หรือ
ถ้าคนพวกนั้นสุขสบายก็คงไม่ได้ยินข่าวเรื่องตบตีกันบ่อยๆเป็นแน่
น่าเสียดายที่งานวิวาห์ของทั้งสองคู่แม่ได้อุตส่าห์ทุ่มเทลงไปมิใช่น้อยเลย
แต่มันก็กลายเป็นงานแต่งที่ตบตาชาวบ้านแท้ๆ
ผมไม่นึกเสียดายหรือริษยาพี่ๆทั้งสองคนหรอกครับที่ไม่มีโอกาสเข้าพิธีแต่งงาน
เพราะทุกวันนี้ผมก็มีความสุขดีกับชีวิตคู่แล้ว
แม่ครับ
ถ้าแม่จะทำใจให้เป็นกลางๆ
โดยไม่แบ่งเพศถือพันธุ์
แม่จะเห็นได้ว่า
ชีวิตคู่ของคนเรานั้นควรจะตั้งอยู่บนความเข้าใจ
และมีความรักเป็นแกน
หากจะอยู่ด้วยกันเพียงเพราะเรื่อง
กามารมณ์เป็นสำคัญ
ก็อย่าเพิ่งคิดมีคู่เสียเลยยังจะดีกว่า
ยิ่งถ้ามีลูกออกมาก็จะเป็นปัญญาของสังคมเสียเปล่าๆ
แม่ครับ
ผมกับคุณปอลมีความรักและความเข้าใจดังที่กล่าวมาข้างต้น
เราใช้ชีวิตร่วมกันได้ครับ
ผมรู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่ผมก็ต้องบอกแม่ตรงๆว่าผมและเขาร่วมชีวิตกันฉันท์สามี
ภรรยา
ผมต้องพูดแบบนี้เพราะผมก็ยังไม่เห็นประโยคไหนๆมันจะสื่อความหมายได้แจ่มแจ้งเท่านี้อีกแล้ว
แม่ครับ
ถึงท่อนนี้ผมรู้ว่าแม่ผมหวังในตัวผม
แม่เคยฝันที่จะเห็นลูกชายคนสุดท้องคนนี้ของแม่แต่งงานมีหน้ามีตา
และควรจะเลิศหรูกว่าพี่ๆทั้งสอง
แม้ว่าแม่จะเสียใจ
แต่แม่ก็ควรจะภูมิใจนะครับ
ว่าลูกชายของแม่คนนี้มีชีวิตคู่ที่จีรังถูกทาง
ความรักความเข้าใจเท่านั้นแหละครับที่จะประสานให้ชีวิตของผมมีความสุข
โดยที่งานพิธีใดๆนั่นมันก็ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วครับ
แม่ครับ
มีอีกเยอะเลยที่ผมอยากจะบอกกับแม่
แต่หน้ากระดาษนี้มันคงไม่เพียงพอ
สักวันเราสองคนแม่ลูกคงได้หนุนตักคุยกันให้ละเอียดกว่านี้นะครับ
แม่ครับ
ผมรู้ว่าแม่เป็นคนฉลาด
ถึงบรรทัดสุดท้ายนี้แล้ว
แม่ก็คงจะทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมครับ
ว่าผมเป็น
แม่ครับ
ผมรักแม่เท่าฟ้า
หวังว่าแม่ยังคงจำได้ที่ผมชอบตอบแบบนี้ตอนเป็นเด็ก
เมื่อแม่ถามผมว่ารักแม่มากแค่ไหน
ใช่ครับ
เพราะแม่คือนางฟ้าของผมครับ
ด้วยรักและเคารพแม่อย่างสูง
ลูกชายคนสุดท้องของแม่