ละคอนเงา
พิสิฐภูวดล
เขียน

๑.
เพลิงพระจันทร์
สุดปลายสายตาที่เขาแลเห็น
มีเพียงน้ำจรดฟ้าคราม
คลื่นลมคร่ำครวญแผ่วหวานยามสนธยา
แดดที่กำลังจะลาโลกไปอีกวาระหนึ่งกระทบกับผิวน้ำเป็นเปลวทองระยับระยิบสะเทือนไหว
เจ้าปลาตัวนิดๆที่กระโดดโลดระเริงอยู่เหนือผิวน้ำนั้นเกล็ดทองของมันสะท้อนเป็นประกาย
ฝ่าเท้าที่สัมผัสกับพื้นทรายรู้สึกสบาย
สัมผัสอันเปลือยเปล่าหยาบระคายนี้ซุกซ่อนความบริสุทธิ์จริงใจไว้อย่างยากที่จะบรรยาย
สายลมโอนอ่อนระเรื่อย
พลอยทำให้เขาเคลิ้มและผล็อยหลับไป
ร่างที่เกือบเปลือยถูกปล่อยให้นอนสบายอยู่บนเก้าอี้ชายหาดแห่งนั้น
ภาพในภวังค์นั้นพร่าเลือนและชัดเจนสลับกันไป
ชายหนุ่มชักไม่มั่นใจว่าว่านี่คือความฝันหรืออย่างไรกันแน่
ในเวิ้งน้ำและเวิ้งฟ้าอันดำสนิท
เขาแลเห็นหมู่ดาวพราวพร่างกับพระจันทร์เสี้ยวสุดขอบฟ้า
ครั้นเมื่อเหลียวไปรอบๆมันช่างเวิ้งว้างว่างเปล่าไปสิ้นราวกับล่องลอยเข้าไปในห้วงอวกาศอันไพศาล
ชายหนุ่มพยายามที่จะขยับเขยื้อนแขนทั้งสอง
แต่ดูเหมือนว่ามันสมองไม่สามารถสั่งการได้ดังนึก
เขาโดนตรึงอยู่กับที่จนเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมารำไร
เขารู้สึกหวีดหวิวเมื่อพบว่าร่างกำยำล่ำสันของเขาขณะนี้ไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆปกปิดแม้แต่ชิ้นเดียว
อยากจะร้องตะโกนออกไปดังๆด้วยความอึดอัด
เขาพยายามแล้ว แต่เปล่าเลย
..ไม่มีสำเนียงใดๆสะท้อนกลับมาแม้แต่น้อย
หรือไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงตะโกนจากเขา
นี่มันที่ไหนบนโลกกันแน่
จันทร์เสี้ยวทีสะท้อนอยู่ในเวิ้งน้ำนั้นแจ่มจรัสขึ้น
มันใสดุจดวงจริงบนผืนฟ้าจนชายหนุ่มชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่า
โลกสีฟ้าดวงนี้มีดวงบริวารกี่ดวงกันแน่
และในทันใดนั้น
เงาพระจันทร์ที่ทอแสงอร่ามนั้นก็ผันแปรไปทีละน้อย..ทีละนิด
จากรูปทรงเสี้ยวกลายไปเป็นรูปจันทร์เพ็ญเด่นอะคร้าว
สะบัดไหวตามกระแสคลื่นที่สาดซัดเข้าหาฝั่ง
สิ่งนั้นจมดิ่งในทันทีสู่เบื้องลึก
และผุดโผล่พ้นน้ำขึ้นมาในครู่ถัดไป
เขานึกฉงนสนเท่ห์ในสิ่งที่เกิดขึ้น
สิ่งๆนั้นกลายสภาพคล้ายสรีระของมนุษย์ผู้ชาย
เกลียวกล้ามและผิวเนื้อนั้นมันวาวดุจรูปปั้นทอง
มันค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ๆ
จนชายหนุ่มรู้สึกหวั่นไหว
ลมหายใจของเขาหอบถี่ด้วยความตระหนก
และทวีความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านอยู่ในเรือนกาย
ดุจอาการใกล้จุดสุดยอดของการร่วมสังวาส
วัตถุนั้นมันคืออะไรกันแน่
ชายหนุ่มพยายามถามตนเอง
เขาพยายามเพ่งพิศ
แต่เขาก็รับรู้แต่เพียงว่ามันเป็นโครงสร้างของบุรุษเพศ
ซึ่งงดงามราวกับประติมากรรมอันวิจิตรพิศดาร
ร่างของมนุษย์ตนนั้นกำลังเคลื่อนกายเข้ามา..มันประกอบด้วยยอดอกบึกบึนกว้างสง่าอันอบอุ่น
ลอนท้องแสดงถึงพละกำลังอันหนักหน่วงพอๆกันกับท่อนแขนแกร่งกล้าม
ปลีน่องงามดุจอาชาไนยคะนองศึก
และที่ปลายธนูรักระหว่างขานั้นชี้ชูชันบ่งถึงอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์สุดที่จะหาสิ่งใดมาปานเปรียบ
ร่างนิรนามจากเงาพระจันทร์นั้นลอยเขามาใกล้ที่สุด
ชายหนุ่มจึงได้รับรู้ว่าร่างนี้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
มันใช้อำนาจอันลึกลับถาโถมโรมรันเขา
ด้วยแรงกอด
รสสัมผัสอันประหลาดล้ำ
มันเต็มไปด้วยไฟกามาซึ่งกำลังพรั่งพรูออกมาแผดผลาญฝ่ายตรงข้ามให้เป็นจุล...
ชายหนุ่มนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงเหมือนโดนมนต์สะกด
เขาหลับตาลงสู่ห้วงแห่งความมืดดำ
แต่กระนั้นก็ยังรับรู้ถึงรสจุมพิตอันหนักหน่วง
อายอุ่นจากเรือนกายอันแน่นทมึน
เวลานี้เขารู้แต่เพียงว่ามันเป็นรสสัมผัสอันแปลกใหม่
เขารู้แต่เพียงว่า
เขาปรารถนา
เขารู้แต่เพียงว่า
เขารอคอยความรู้สึกเช่นนี้
อารมณ์ของเขากระเจิงไปไกลเกินกว่าที่จะหาตัวตนเองพบเสียแล้ว
ความตื่นตระหนกหรือสะพึงกลัวมิได้มีอำนาจเพียงพอที่จะมากลบลบความกระสันซ่านซ่า
สองร่างเกี่ยวกระหวัดรัดโรมรันจนแทบจะเป็นหนึ่งอณูเดียว
กองเพลิงที่สุมอยู่ในจิตใต้ภวังค์
ถูกเติมเชื้อเร่งอุณหภูมิ
แล้วค่อยๆมลายคลายไปเป็นความอบอุ่น
ก่อนที่มันจะกลายไปเป็นความเย็นชุ่มฉ่ำลื่นละไมละมุน
และ
สุดท้ายมันก็จบลงตรงที่ความอิ่มเอมเกษมสำราญ
ชายหนุ่มรู้สึกร่างกายเขาเบาหวิว
ดุจปุยนุ่นนี่ปลิดปลิวไปตามแรงลมกระพือพัด
และ..เขารู้สึกราวกับมีน้ำทิพย์จากสวรรค์ชั้นเจ็ดหลั่งรดมาชโลมร่างให้ชุ่มโชก
เหนื่อยอ่อน
หยาดเหงื่อซึมออกมาโซมกายเมื่อเขาหลุดพ้นจากห้วงภวังค์อันเร้นลับ
แต่ในสำนึกส่วนลึกมันแอบแฝงความ
สะใจเอาไว้ครบครัน
เขาเหลียวมองไปรอบตัวตนอันแท้จริง
บนหาดทรายอันเงียบงัน
ยามค่ำคืนนี้ มีเพียงเขากับ
เขา และเงาจันทร์เสี้ยวข้างแรมที่ทอแสงอยู่ฟากฟ้า
ละอองดาวพราวเกลื่อนทั่วท้องนภาอันมืดมน
เสียงท้องทะเลครางเป็นระยะๆ
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองจันทร์เสี้ยวดวงที่ยวบยาบอยู่ในน้ำ
และ
ทบทวน
ทำให้เขารู้สึกได้
ว่านี่คือการถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ
๒.
ประติมากรรมบนเรือนกาย
คราบไคลที่รินลงมาอาบใบหน้าคมคายของชายหนุ่ม
หลังจากที่เขาวางดรัมเบลอันหนักอึ้งลงบนพรมกำมะหยี่
แดดทออร่ามสาดเข้ามาในห้องเฉียงๆผ่านบานกระจกใส
กระทบผิวกายอันตึงเต็มเป็นประกายวาววับ
กล้ามเนื้อที่ต้นแขนนั้นเต้นระริกจนรู้สึกได้
ลมหายใจอุ่นๆทำให้เกิดเสียงครางเบาๆในลำคอ
มันดูเหมือนการเหนื่อยอ่อน
แต่เปล่าเลย
สำหรับเขานั้นมันเปรียบเหมือนการขับไล่ความอ่อนแอออกจากร่างและสูดเอาความเข้มแข็งเข้าไปเต็มพิกัด
ชายหนุ่มเอนกายราบลงกับม้ายาวอีกครั้ง
คราวนี้เขายกบาร์เบลอันหนักแกร่งขึ้นไปเหนือยอดอก
เขาผ่อนมันลงมาแล้วก็ผลักมันขึ้นไปจนสุดลำแขนกำยำ เขาทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนดูเหมือนว่าไม่มีความอ่อนล้าอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
เขาเป็นชายหนุ่มในหลายหนุ่ม
จากกลุ่มนักเพาะกายซึ่งยอมเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับก้อนเหล็กหนักๆ
แวดล้อมด้วยกลิ่นน้ำมันนวดกล้าม
กลิ่นคราบไคลชายหนุ่ม
และความภาคภูมิ
บนหนทางของชายชาตรี
กับการสร้างประติมากรรมบนเรือนร่าง
วันหนึ่งๆก็กินเวลาไปมิใช่น้อย
จนดูราวกับว่าหากยุติกิจกรรมนี้ไป
พวกเขาจะดำรงชีพอยู่มิได้กระนั้น
รูปร่างหน้าตาดีๆอย่างมึงเนี่ย
น่าจะหัดเล่นกล้ามให้ล่ำบึ๊กเข้าไว้
หาเงินคล่องกว่าไปแบกข้าวสารหรือชกมวยเป็นไหนๆ..
เขายังจำคำที่เพื่อนมันเคยบอกและชักชวน
บัดนี้..เขาได้กลายมาเป็นหนุ่มหุ่นงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์ร้อนลึกที่สุดของวงการเพาะกายไปเสียแล้ว
เขาละทิ้งหน้าที่การงาน
ทิ้งสังเวียนมวยที่เคยสร้างรายได้ในแบบลูกผู้ชาย
มาใช้เรือนกายอันสมบูรณ์เป็นสินค้า..การโพสต์ท่าโชว์บนเวที
ท่ามกลางแสงไฟสาดส่องยามราตรี
ใช่
ในบรรยากาศของสถานเริงรมย์
ซึ่งอบอวลไปด้วยควันบุหรี่และกลิ่นอัลกอฮอล์..มันไม่น่าจะเหมาะกับนักกีฬาเลยแม้แต่น้อย แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อวงการเพาะกายยุคใหม่ต่างยอมรับความจริงในอาชีพนี้เสียแล้ว
ก็แค่ขายเรือนร่าง
ให้ผู้ชมแทะโลมทางสายตามันจะเสียหายตรงไหน
เขาคิด
เหนื่อยจากการสร้างเรือนกาย
เขาโปรดที่จะนั่งพักในมุมสงบ
บรรจงเทน้ำมันนวดที่มีกลิ่นเฉพาะลงบนฝ่ามือก่อนที่จะละเลงชะโลมมันลงไปบนโนมเนื้อหนั่นหนาที่เขาบรรจงสร้างมันขึ้นมากับมือ
เขาคลึงมันช้าๆ
จากปลีน่องอันอวบแกร่งปานม้าศึก
เขาบีบเคล้นบดขยี้หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
พลางปล่อยอารมณ์ให้ละล่องลอยไปอย่างลืมตัว
อา
มันช่างมีอานุภาพพาเอาความร้อนรุ่มชำแรกแทรกผ่านสู่แก่นกายชายชาตรีดีจริงๆ
ความรู้สึกนั้น..มันไม่เพียงแต่บำบัดอาการปวดล้า
แต่มันยังทำให้เขาพลอยหลุดจากโลกแห่งความเป็นจริง
เข้าไปสิงสู่กับโลกอันพิเศษลึกล้ำน่าพิศวง
ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายได้
มันเป็นความผ่อนคลาย
เบาโหวงเหวงไปทั้งร่าง
อานุภาพของมันซึมซ่านเข้าไปกระตุ้นต่อมภูมิใจ
และสมสุขอย่างรำพันไม่ถูก..
กลิ่นน้ำมันนวดกล้ามเคยเป็นกลิ่นที่เขารู้สึกแปลกๆเมื่อแรกสัมผัส
แต่วันนี้
มันเหมือนกลิ่นมหาเสน่ห์ประจำกาย
มันตราตรึง
ให้เขารักการสร้างกล้ามเนื้ออย่างไม่ย่อท้อเหนื่อยหน่าย
มันสามารถเติมเต็มอารมณ์หนุ่มให้แก่เขาได้อย่างมหัศจรรย์พันลึก
และ
ที่หน้ากระจกเงาบานนั้น
ชายหนุ่มจึงจะได้มีโอกาสพบกับ
เขา
บุรุษซึ่งมีเรือนร่างและใบหน้าเช่นเขา
เราจะมาพบกันทุกครั้งที่ต้องการตรวจตราความสมบูรณ์เพียบพร้อมของเรือนร่างที่บรรจงสร้างมาทั้งวัน
เขาเรียกชายหนุ่มในกระจกเงาด้วยนามเร่าร้อนว่า
เพลิง
เพลิงนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม
เขาบรรจงใช้นิ้วทั้งห้าชะโลมน้ำมันไปตามแผ่นอกอันตึงเต็มงามสง่า
ก็ผืนอกอันหนั่นนูนหนากว้างนี้มิใช่ดอกหรือที่ใครๆต่างพากันอิจฉา
บ้างก็ชื่นชมกันนักหนาว่ามันช่างสวยงามสมชาย
เกลียวกล้างตรงนั้นกระตุกตุ๊บๆเป็นจังหวะในยามที่เขาเกร็งมันเพื่อทดสอบสมรรถนะ
ช่วงขาอันล่ำสันนี้เองมิใช่หรอกหรือที่เขาใช้ความพยายามสั่งสมมาเกือบสามปี
ชายหนุ่มเหลือบเห็น เพลิงยิ้มให้
มันเป็นรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เขาเคยพบพานบนใบหน้ามนุษย์ผู้ชายด้วยกัน
บุรุษนาม เพลิงนั้น
เขาช่างงดงามราวภาพสลักหินซึ่งบรรจงสร้างโดยศิลปินชั้นยอดของโลก
นัยตาสีเหล็กคู่นั้นทอประกายปรารถนา
เขาช่างเป็นมนุษย์ผู้ชายที่เย้ายวนเสียจริงๆ
อาการที่ส่อให้เห็นในยามนี้มันเปี่ยมล้นไปด้วยเปลวเพลิง
เพลิงซึ่งร้อนแรงพอที่จะทำให้หัวใจลูกผู้ชายอีกฝั่งหลอมละลายไปในบัดดล
ชายหนุ่มในกระจกโลมลูบเนื้อตัวอยู่นานเท่าที่เขาจะพีงใจ
นาน
เท่าที่เขาจะตักตวงความร้อนของแรงปรารถนา
อารมณ์ของของชายหนุ่มทั้งสองด้านของกระจกกระเจิงไปไกลเกินกว่าจะระงับไว้ได้อีกแล้ว
ทั้งสองขยับร่างเข้ามาชิดกัน..
ขอจุมพิตอันศักดิ์สิทธิ์ให้ผมสักครั้งเถอะ
เสียงของ
เพลิงกระซิบกระซาบอยู่ผะแผ่ว
ร่างทั้งสองแนบชิดกันถึงที่สุดในเวลานี้
เขาได้ปลดเปลื้องอาภรณ์ซึ่งมีอยู่เพียงชิ้นเดียวแล้วเหวี่ยงมันออกไป
สรีระอันเปล่าเปลือยล่อนจ้อน
ทำให้เขาเห็นเพลิงมีผิวพรรณงามอย่างไร้ข้อตำหนิ
ไหล่กว้างรับกับอกอวบน่าซบและขบเคี้ยวด้วยอารมณ์รัญจวน
หน้าท้องแบราบเกร็งเป็นลอนสวยรับกับสะโพกอันกลมกลึงเต็มไม้เต็มมือ
โคนขาและปลีน่องเปี่ยมไปด้วยพละกำลังของชายชาญ
อวัยวะแห่งความเป็นชายนั้นเล่าก็ลำพองอยู่ท่ามกลางเนินไหมสีดำ
มันช่างเป็นแหล่งรวมอำนาจของบุรุษเพศเสียจริงๆ
เข้ามาใกล้ๆผมเถอะ
ที่รัก
เสียงเพลิงกระซิบวิงวอน
เชื่อเถอะ
ไม่มีใครจะมารักคุณเท่าผม
ไม่
ชายหนุ่มขัดขืน
แต่ในขณะเดียวกันเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกโน้มคอลงไป
เขารู้สึกตระหนกและละอาย
แต่ความกระหายในมนต์กามาก็มากมายพอๆกัน
ไฟปรารถนาและอ้อมแขนอันแกร่งกล้าดุจพญางูของฝ่ายตรงข้ามฉุดให้เขาถลาเข้าไปพันพัวอย่างไม่มีทางเลี่ยง
รสจุมพิตอันเผ็ดร้อนจากจิตใต้สำนึก
กลับเป็นความจืดชืดและเย็นชาเกินกว่าเขาจะรับไหว
ชายหนุ่มถอนริมฝีปากจากเพลิงในทันที
เขาดูเพลิงซึ่งยืนมองเขา ณ
ฝั่งตรงข้าม
ร่างนั้นยังเต็มไปด้วย ไฟ
เขามีชีวิต
แต่
ทำไมจึงสัมผัสเขาไม่ได้
แม้เราจะห่างกันแค่ปลายจมูก
แสงจันทร์นวลส่องมาทางบานหน้าต่าง
ราตรีแวะมาเยือนอีกวาระหนึ่งแล้ว
เงาจันทร์ซึ่งสะท้อนบนบานกระจกเงาบอกให้รู้ว่ามันเป็นคืนเพ็ญ
เขามองดูดวงจันทร์ดวงจริงบนผืนฟ้านั้น
เมฆฝนสีแดงเรืองกระจายอยู่รายรอบรัศมีเสียงฟ้าครางครวญเป็นระยะๆสลับกับสายอัศนีบาตครืนๆ
ชายหนุ่มสะดุ้ง
เมื่อหันขวับมาประสพกับภาพภายในกระจกเงาข้างหน้านั่น
วัตถุวาววับจับตามีสรีระเหมือนรูปปั้นทอง
รูปเดียวกับที่เขาเคยเห็นในนิมิต
ณ ชายทะเลแห่งนั้น ร่างนิรนามซึ่งแปลงจากเงาพระจันทร์
เขายังจดจำได้ไม่มีวันลืม
จนถึงเดี๋ยวนี้
ร่างคล้ายมนุษย์ผู้ชายรูปนั้นตรงเข้าคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น
มันฉุดร่างเขาเข้าไปโอบกอด
พลางลูบตระโบมรัด
ร่างกายแน่นทมึนดุจควายเปลี่ยวของทั้งสองแทบจะหลอมเข้าด้วยกันเป็นอณูเดียว
ชายหนุ่มหอบกระเส่ากระเสือกกระสน
เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว
เขาไม่สามารถตอบตัวเองได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่มันน่าขยะแขยงหรือน่ารื่นรมย์กันแน่
.
เขารู้แต่เพียงว่า
เขาปรารถนา
เขารู้แต่เพียงว่า
เขารอคอยความรู้สึกนี้
และเขา
ก็ได้สัมผัสกับมันอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว
ไม่
ปล่อย
ปล่อย
ชายหนุ่มเกิดความละอายในเฮือกสุดท้ายก่อนบรรลุเกมกาม
เขาดิ้น เขาพยายามหนี
เขากำลังปฏิเสธ
ผมเป็นผู้ชาย
.ผมเป็นผู้ชาย
ปล่อยผม
ชายหนุ่มร้องตะโกนบอกกับตัวเอง
ได้ยินไหม
ผมเป็นผู้ชาย
เรารักกันไม่ได้
เราไม่มีสิทธิ์
.
๓.มนตราพิศวาท
กลางดึกคืนนั้น
เสียงลมพายุจากภายนอกอาคาร
ปลุกให้เขาตื่นจากหลับไหล
ผ้าม่านตรงหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ปลิวกระจัดกระจายตามแรงกระพือของลมที่กำลังบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มยันกายครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเตียงกลางห้องพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆซึ่งบุด้วยกระจกเงาเป็นระยะๆ
ไม่เว้นแม้แต่บนเพดาน
โคมไฟกระเบื้องที่ห้อยย้อยอยู่เหนือเตียงกวัดแกว่งไปมา
แม้มันจะถูกเปิดทิ้งไว้แต่อาการไม่อยู่นิ่งนั้นทำให้เขาเห็นสรรพสิ่งภายในห้องของตนเองดูวูบวาบไม่ชัดเจนเช่นในยามปกติ
ปลายเตียงนั้นเล่าก็เกลื่อนกลาดไปด้วยภาพอันงดงามของสรีระตนเองในท่วงท่าต่างๆ
ภาพบางภาพผะเยิบผะยาบเนื่องจากแรงลม
บ้างก็ร่วงหล่นลงบนพื้นห้องซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์สร้างกล้ามต่างๆ
ก้อนเหล็ก แผ่นเหล็กหนักๆ
กลิ่นน้ำมันนวดกล้ามและกลิ่นกายชายหนุ่มคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง
ชายหนุ่มผู้ลำพอง
กับความลำพัง
.
กับรสรักที่เพิ่งจะผ่านไประหว่าง
เขากับ
เธอ ดำเนินไปตามร่องรอยของกฏธรรมชาติที่มนุษย์
ส่วนใหญ่เขาพึงกระทำกัน
มนุษย์ที่ต้องสร้าง หน้ากากกามาให้สังคมยอมรับ
ผู้ชาย ย่อมถูกสร้างมาเพื่อ
ผู้หญิง
อย่างไรก็ตาม
แม้เขาจะรับไม่ได้กับความสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย
แต่ในก้นบึ้งของจิตเขาสำนึกได้เสมอว่า
ผู้ชายที่สมบูรณ์พร้อมในคุณลักษณ์อย่างเขาเกิดมาเพื่อ ตัวเองอย่างแท้จริง
ภาพการเสพสังวาสที่เพิ่งผ่านพ้นไประหว่าเขาและเธอผุดเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง
ร่างกำยำของชายหนุ่มที่กำลังทาบทับไปบนร่างบอบบางของสตรีเพศ
เขาบดขยี้เธอด้วยพละกำลังที่กลั่นจากเลือดหนุ่ม
เธอครางด้วยแรงราคะอันร่านร้อน
เธอพอใจและยินดีปรีเปรมที่ได้ร่วมอภิรมย์สมสู่กับชายผู้มีความเป็นชายไปทั้งเนื้อตัว
เขาได้ป้อนความเป็น
ผู้ชายไปในเธอ
ทั้งแท่งอย่างถึงพริกถึงขิง
และเธอก็ได้ตักตวงความเป็นผู้ชายของเขาเข้ามาอย่างสุดขั้วเต็มอารมณ์สาว
สิ่งที่เธอได้จากเขา
คือรสกำหนัดอันหนักหน่วงจากมนุษย์ผู้ชาย
แต่
สิ่งที่เขาได้จากเธอน่ะหรือ
แค่ไหนกัน
สิ่งแรก
เขาได้สิ่งรองรับอารมณ์กามตามธรรมชาติของสัตว์ตัวผู้
พร้อมประกาศความเป็นผู้ชายชาตรีอย่างสมบูรณ์ในแบบสังคม
ตราบใดที่เขายังสามารถสมสู่กับสตรีเพศได้อย่างเผ็ดร้อน
คำครหาใดๆในสังคมย่อมไม่ปรากฏ
แต่สิ่งที่สองนั้นเล่า...เขาต้องค้นหาคำตอบจากเพื่อนแท้ที่ชื่อ
เพลิง
ระหว่างที่การร่วมรสสิเนหาของชายหนุ่มและหญิงสาวดำเนินไปอย่างเร่าร้อน
เขาชอบเหลือเกินที่จะจ้องมองไปที่
เพลิงซึ่งกำลังปฏิบัติการเช่นเดียวกันกับเขา
แขนกำยำของเพลิงโอบกระชับและเคล้าคลึงเรือนร่างนิ่มนวลของเธออยู่
ให้ความรู้สึก สะใจ
กรงเล็บของหญิงสาวที่จิกลงตรงหัวไหล่และแผ่นหลังอันแน่นหนาสง่างามชวนให้เขาเกิดอารมณ์รัญจวนป่วนใจอย่างบอกไม่ถูก
อกกว้างของชายหนุ่มที่ทาบทับไปบนอกอวบนุ่มนิ่มนั้น
ช่างให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นทวีคูณ
ช่วงสะโพกและเอวคอดกิ่วรับกับโคนขาอันล่ำสันของเพลิง
เป็นสิ่งที่เขาปรารถนาจะเพ่งพิศเป็นพิเศษในยามที่กามกรีฑากำลังดำเนินไป
แบบดุเด็ดเผ็ดมันขณะที่เธอกำลังสุขสมจากแรงกระทั้นกระแทก
เธอครางอย่างไม่ได้ศัพท์
แต่
เขากับโปรดที่จะมองดูบั้นท้ายกลมกลึงแข็งแกร่งของเพลิงที่กระดกกระเด้าขยับขึ้นขยับลงจากเนิบนาบ
จนกลายเป็นความป่าเถื่อนของพายุอารมณ์ที่ถาโถม
เท่าที่มนุษย์ผู้ชายจะพึงมีกัน
พายุเบื้องนอกนั้นเริ่มอ่อนกำลังลงไปแล้ว
เหลือไว้เพียงพายุในใจของเขาที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
เข้าก้าวลงจากเตียงอย่างเลื่อนลอย
เดินมาหยุดอยู่ที่ห่อของขวัญตรงมุมห้อง
มันห่อหุ้มด้วยกระดาษลายสวยพร้อมกับผูกโบว์สีแดง
เขาพิจารณาแล้วค่อยๆคลี่สิ่งห่อหุ้มออกอย่างช้าๆ
สิ่งนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาโปรดปรานเป็นนักหนา
จะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสะสมประจำห้องก็ว่าได้
มันคือกระจกเงาบานใหญ่ยาวพอที่จะมองเห็นผู้ส่องได้ทั้งตัว
เนื้อกระจกชั้นดีเจียรไนขอบดูมีราคา
มุมกระจกสลักลวดลายพระจันทร์เสี้ยวงามวิจิตร
รอยลิปติกสีแดงจารึกไว้แต่เพียงว่า
รู้นะว่าคุณจะต้องรักมัน
ยินดีกับตำแหน่งชายงามคนใหม่ด้วยค่ะ
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มบนใบหน้า
พลางคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศที่เพิ่งได้ครองมาเมื่อไม่นาน
เขาลูบคลำมันด้วยหัวใจลำพองและภาคภูมิใจ
ก็รางวัลนี้มิใช่หรือที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทและให้เวลาสั่งสมบากบั่นมายาวนานเกือบสามปี
ฉลองกันหน่อยดีมั้ย
เสียงของเพลิงลอดผ่านบานกระจกแว่วมา
เขามองมาทางเขาด้วยสายตาแบบเดิม
สายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเชื้อไฟ
ภาพของเพลิงช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆ
ทรวดทรวงที่งามดุจรูปสลัก
กล้ามเนื้อทุกส่วนไร้ข้อตำหนิติเตียน
เพลิงโลมเล้าตัวเองอยู่อีกฟากหนึ่ง
นัยตาคู่นั้นมันมีความหมายลึกๆ
เชื้อเพลิงภายในใจของชายหนุ่มแล่นมาจุกอยู่ที่อกพร้อมที่จะโดนจุดให้มอดไหม้เป็นจุลอีกแล้ว
ไฟกองนี้ทำให้
เขาทั้งสองหลอมละลายเข้าหากันเหมือนทุกครั้ง
ร่างทั้งสองโผเข้าหากันเหมือนมีแรงดึงดูด
แต่แล้ว
เสียงปฏิเสธของจิตใต้สำนึกของชายหนุ่มกลับแรงกว่า
หยุดนะ
เราเกี่ยวข้องกันไม่ได้
มันผิด
ได้ยินไหมมันผิด
กูเป็นผู้ชาย
กูเป็นผู้ชาย
แต่แกกำลังโกหกตัวเองอยู่นะ
.
เพลิงดุดัน
ไป
ไปให้พ้น
กูเกลียดมึง
กูไม่ได้รักมึง
ชายหนุ่มเกรี้ยวกราดอย่างสุดระงับ
เขาเหวี่ยงถ้วยรางวัลในมือใส่บานกระจกสวยใสแตกกระจาย
เสียงเศษแก้วหวั่นไหวแข่งกับเสียงสายฟ้าด้านนอก
เสียงฟ้าครางและฝนครวญจากด้านนอกกำลังจะจบลง..แต่เสียงคร่ำครวญของชายหนุ่มกำลังจะเริ่ม
ร่างนั้นทรุดลงกบพื้นซึ่งเกลื่อนไปด้วยเศษกระจกและซากถ้วยรางวัล
เขาสะอื้นออกมา
ทำไม
เราต้องพบกันด้วย
เขาสบถ
เบาเกือบเป็นเสียงกระซิบ
ทำไมแกทำให้ฉันต้องหมดความเป็นผู้ชาย
ไม่จริง
กูเป็นผู้ชายโว้ย
มึงไปให้พ้น
ไป
ชายหนุ่มไม่ยอมลดละ
ส่งเสียงกราดเกรี้ยวกับภาพในกระจกทุกภาพที่ปรากฏ
เขาพาลทำลายกระจกเงาที่ติดอยู่รายรอบเหมือนคนบ้า
เสียงเศษแก้วแตก
แข่งกับเสียงฟ้าฟาด
ที่ด้านนอก
เสียงสะอื้นของชายหนุ่ม
คละเคล้าเสียงฝนหล่นระงม
และ
ถึงจะสิ้นไปแล้วทุกเสียง
แต่เขาก็ยังจะต้องเถียงกับตัวเองไปอีกนาน
.
จบบริบูรณ์