Restaurant History-Thai

ตำนานกาลครั้งหนึ่ง
กาลครั้งหนึ่ง…เมื่อต้นปี
๒๕๓๒ คฤหาสน์เก่าแก่คร่ำครึ
ที่กลางซอยอนุมานราชธน
ถนนสุรวงศ์ได้ถูกแต่งแต้มสีสันให้มีชีวิตชีวา
โดยเพื่อนร่วมงานทั้งสอง
นั่นคือทั้งคุณภูพิสิฐ
หอมธูปพรหม
และคุณปีแอร์
เดอลาลองด์
โดยแต่แรกนั้นทั้งสองเพื่อนร่วมงานได้มีความคิดตรงกันว่า
จะใช้เป็นสถานที่อนุรักษ์และจำหน่ายเครื่องหอมไทยอันเป็นธุรกิจเล็กๆที่ทั้งสองได้ทำร่วมกันในเวลานั้น...
แต่แล้ว...ความคิดดังกล่าวก็พลันเปลี่ยนไป
เมื่อเขาทั้งสองได้ค้นพบความงดงามและความลงตัวของจินตนาการที่บรรจงแต่งเติมลงไปให้กับมัน
เขาทั้งสองจึงใคร่ที่จะเชิญชวนให้คนภายนอกได้มามีโอกาสเสพบรรยากาศอันอบอุ่นแบบไทยๆ
ซึ่งยากจะหาพบในสังคมเมืองอันวุ่นวายบ้าง...
“กาลครั้งหนึ่ง
ร.ศ.๒๐๗”
จึงได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่
๑๗
กุมภาพันธ์
พ.ศ.๒๕๓๒
ในฐานะร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง
ที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่แหวกแนวกว่าร้านอาหารไทยอื่นในขณะนั้น
และชั่วเพียงไม่นานหลังจากนั้นชื่อของร้านก็เริ่มเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป
เนื่องจากสื่อมวลชนให้ความสนใจ
ไม่ว่าจะเป็นชื่นชมหรือติติง
แต่ทั้งหมดกลับยิ่งสร้างให้
“กาลครั้งหนึ่ง”
โดดเด่นและเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น
จนแทบจะนับได้ว่าเป็นร้าน
“ต้นฉบับ”
ที่ร้านอาหารในรุ่นต่อมาพยายามลอกเลียน...
แต่เป็นที่น่าเสียดาย...คฤหาสน์อาหารแห่งนั้นเปิดดำเนินกิจการมาได้เพียงสามปี
โครงการเวรคืนที่ดินเพื่อตัดถนนพาดผ่านสีลมและสุรวงศ์
ทำให้ร้านต้องปิดตัวลงไปกระทันหัน
ยังความอาลัยให้แก่ลูกค้าและเหล่าพนักงานอย่างมากมาย
จึงต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า
“กาลครั้งหนึ่ง”
เป็นร้านอาหารเพียงร้านเดียวที่มีงานฉลองปิดร้านอันยิ่งใหญ่...
แต่ “กาลครั้งหนึ่ง”ยังมิได้หยุดอยู่แค่นั้น...ผู้ก่อตั้งทั้งสองยังให้กำเนิด
“กาลครั้งหนึ่ง
ณ
คุ้มแม่ปิง”
ที่เชียงใหม่
และ “กาลครั้งหนึ่ง
บนสวรรค์ชั้น๗”
บนอาคารจุลดิศทาวเวอร์
อีกต่อมา...แม้สถานที่จะไม่อำนวยหรือไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
แต่ทั้งหมดก็เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย...
ผู้รังสรรค์งานทั้งสองได้เพ้อฝันอยู่เสมอว่า
สักวันเถอะ...ถ้าเขาค้นพบเรือนไม้และสวนสวยที่ถูกใจอีกสักหลังเขาจะต้องปลุกวิญญาณให้
“กาลครั้งหนึ่ง”ขึ้นมาอีกครั้งให้จงได้...
และวันนี้เขาทั้งสองก็ได้ค้นพบแล้ว...เรือนไม้สวยสง่าภายในซอยเพชรบุรี
๑๗
รายล้อมด้วยแมกไม้ใบบังซึ่งยากจะค้นพบในมหานครแห่งนี้
“กาลครั้งหนึ่ง
ณ
เรือนเจ้าคุณอู๋”ได้กลับมาพร้อมกับจิตวิญญาณของ
“กาลครั้งหนึ่ง”โดยแท้
นั่นก็คือแนวคิดที่ว่า
“ฉันจะเก็บทุกอย่างที่ถูกทิ้งขว้างกลับมาทำให้สวยหรูอีกครั้ง
ฉะนั้นมันจึงมิใช่ที่ที่จะทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเพียงแค่อิ่มท้องเพียงเท่านั้น..”
จิตวิญญาณที่เราไม่สามารถจะบรรยายด้วยตัวอักษรใดๆบนหน้ากระดาษแผ่นนี้ นอกจากท่านจะต้องมาสัมผัสด้วยตนเองเท่านั้น...